
นายกฯสั่งเดินหน้าขับเคลื่อนนครแม่สอด
นายกฯหนุนกระจายอำนาจสุดตัว ชง 4 ข้อ ดันนครแม่สอดเต็มเป็นท้องถิ่นพิเศษเต็มรูปแบบ ไฟเขียวให้อำนาจกฎหมายอปท. เชื่อหากทำได้กระจายอำนาจก้าวกระโดด
นายกฯหนุนกระจายอำนาจสุดตัว ชง 4 ข้อ ดันนครแม่สอดเต็มเป็นท้องถิ่นพิเศษเต็มรูปแบบ ไฟเขียวให้อำนาจกฎหมายอปท. เชื่อหากทำได้กระจายอำนาจก้าวกระโดด
เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดประชุม เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (นครแม่สอด) โดยนายกฯ ได้กล่าว ปาฐกถา เรื่อง "นโยบายรัฐบาลด้านการกระจายอำนาจ" ตอนหนึ่งว่า หลักการสำคัญของจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษนครแม่สอด จะต้องมีความพิเศษอย่างแท้จริง โดยมีการหลักการดังนี้
1.เสนอให้กฎหมายการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษครั้งนี้ คือ งานใดที่เป็นอำนาจของท้องถิ่น ถ้ามีกฎหมายเฉพาะอยู่ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม ให้ถือว่าลบล้างกฎหมายนั้น โดยให้ถือว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายนั้นไปเลย ซึ่งหากหลักการดังกล่าวผลักดันได้สำเร็จการกระจายอำนาจจะง่ายกว่าเดิมมาก ไม่เช่นนั้น หากติดกฎหมายหลายฉบับอยู่ที่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็ต้องไปแก้กฎหมายทุกฉบับมากหมายมหาศาล เพราะแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต่างก็มีกฎหมายที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของตัวเองอยู่ ซึ่งหากต้องมีการตามแก้กฎหมายกันต่อไปแบบนี้ การกระจายอำนาจคงไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตามไม่แน่นใจว่าจะทำสำเร็จหรือไม่
ทั้งนี้เหตุที่มีการเสนอเรื่องนี้เพราะการกระจายจะไม่มีความคืบหน้าและสำเร็จมากนัก ตราบเท่าที่หน่วยงานส่วนกลาง หรือ ส่วนภูมิภาคยังมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบางฉบับที่เป็นกฎหมายเฉพาะ จะทำให้มีการโต้แย้งกันตลอดว่าอำนาจจะโอนไปอยู่ที่ อปท.ได้หรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาคจะไม่ไป เพราะเขายังมีความผิดชอบทางกฎหมาย
"ดังนั้นจึงมีการเขียนไว้ในหลักการว่าถ้าเรื่องนี้เป็นอำนาจของท้องถิ่นให้ลบล้างกฎหมายต่างๆไปด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีข้อโตแย้งว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งตนเองยืนยันในอดีตที่ผ่านมา เราเคยมีหลักการแบบนี้อยู่บ้าง แล้ว เช่น การยุบหน่วยงานแม้ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ แต่สามารถยุบได้โดยใช้พระราชกฤษฎีกา ถ้ามีการให้อำนาจไว้ในกฎหมายในระดับชั้นเดียวกัน แต่คงยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ผมก็หวังว่าจะสำเร็จ เพราะหากเราทำตรงนี้ได้ ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่ค้างอยู่เราจะถือโอกาสใส่ข้อความในลักษณะนี้เข้าไปเลย จะถือว่าเป็นปลดล็อคครั้งใหญ่ในการที่จะทำให้การถ่ายโอนอำนาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วแท้จริง"นายอภิสิทธิ์กล่าว
2.เรื่องโครงสร้างกรณีนอกเหนือจากผู้บริหารกับสภาที่มาจากการเลือกตั้ง น่าจะต้องมีกลไกในการสนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจ ด้วย โดยจะมีกรรมการที่ปรึกษาและพัฒนานโยบาย โดยเน้นว่าให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนโยบาย แต่ในการตัดสินต้องเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้ง คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น รูปแบบดังกล่าว อปท.ในปัจจุบันยังไม่มี ซึ่งหากรูปแบบดังกล่าวทำสำเร็จ จะเห็นได้ว่า อปท.ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ต้องมีความพิเศษโดยมีกลไกบางอย่างเพื่อมาตอบสนองความต้องการพื้นที่นั้นๆ
3.เรื่องรายได้ ในพื้นที่แม่สอดต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาจากนี้ไปต้องมีการคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ดังนั้น จะต้องมีประเด็นเรื่องรายได้ที่นอกเหนือจากการเก็บภาษีที่จัดเก็บเองและจากรายได้ที่ส่วนกลางจัดสรรไปให้มาเป็นค่าธรรมเนียมในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการบริหารสาธาณะ ค่าธรรมเนียมจากผู้ก่อมลภาวะ หรือค่าธรรมเนียมที่รัฐจัดเก็บอยู่แต่ไม่ได้แบ่งให้ท้องถิ่น ดังนั้น ท้องถิ่นควรมีความสามารถในการจัดเก็บรายได้ตรงนี้ด้วย โดยจากนี้ไปรายได้ท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันแต่อย่างใด เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่วัฒนธรรม โลจิสติกส์ พื้นที่ท่องเที่ยว ก็จะมีความแตกต่างในเรื่องของหลายได้ที่มีความสัมพันธ์กับรายได้ และสอดคล้องกับพื้นที่อย่างเหมาะสม
4.อำนาจของ อปท.รูปแบบพิเศษ จะมีความแตกต่างจากอำนาจหน้าที่ของ อปท. ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะแม้ปัจจุบันกฎหมายจะเขียนให้อำนาจ อปท.ไว้มาก แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาเข้าไปทำงานกลับไม่มีอำนาจ ในการดำเนินการ ดังนั้น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น ในแม่สอด ประเด็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนต้องเป็นอำนาจของท้องถิ่นด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการให้อำนาจดังกล่าวกับท้องถิ่นไว้เลย การกำหนดไว้ดังกล่าวเพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในกรอบแบบเดิมๆ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้ว่าการกระจายอำนาจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้าไปมาก แต่ ปัญหาอุปสรรคของการกระจายอำนาจที่สำคัญคือการที่หน่วยงานราชส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ไม่ยอมให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหารจัดการบริการสาธารณะ มีผลทำให้การถ่ายโอนเรื่องการศึกษา และสาธารณสุข ที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้ามากนัก
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจและเห็นด้วยกับการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษ โดยทำการศึกษาไว้ที่ พื้นที่แม่สอด จ.ตาก พื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ พื้นที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยพื้นที่ แม่สอดมีคืบหน้าที่สุดเพราะคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ขณะที่อีก2 แห่งกำลังอยู่ในการพิจารณากฎหมายในขั้นตอนสุดท้ายอยู่
ทั้งนี้หลักการจัดตั้งอปท.รูปแบบพิเศษที่จะเกิดขึ้นใน นครแม่สอดจะต้องมีความพิเศษจริงๆ และต้องมีความก้าวหน้ากว่า กทม. และเมืองพัทยา เพื่อให้เป็นต้นแบบอปท.รูปแบบพิเศษในอนาคต โดยจะเน้นเรื่องการหารูปแบบการจัดการที่อิงกับพื้นที่รูปแบบใหม่ตามพื้นที่นั้นๆโดยไม่จำเป็นต้องทำกันเหมือนทุกพื้นที่แต่อย่าง ถ้าเราทำได้สำเร็จจะมีความหมายมากกว่า นครแม่สอดมาก เพราะเป็นการกระตุ้นให้มีวางโครงสร้างที่สอดรับกับพื้นที่อย่างแท้จริง และจะเป็นไปตามแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทย โดยรัฐบาลจะเร่งผลักดันเรื่องการถ่ายโอนเรื่องการศึกษา และสาธารณสุขให้รวดเร็วด้วย เชื่อว่าทั้งหมดนี้การกระจายอำนาจจะก้าวกระโดดและความก้าวหน้าต่อไป







