
ตร.คุมลูกทรพีฆ่าพ่อฝังดินทำแผนไม่ได้ป่วยทางจิตมีสติครบถ้วน
บุรีรัมย์-ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชายก่อคดีฆ่าพ่อฝังดินกลบทางมะพร้าวอำพรางศพทำแผนอ้างแค้นสะสมไม่เคยพูดจาส่งเสริมลูกในสิ่งที่อยากทำ
พ.ต.อ.สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ คุมตัวผู้ต้องหาชายวัย41ฆ่าพ่อวัย72 และอำพรางศพไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุเกิดเหตุ จุดแรก คือ บริเวณเตียงนอนภายในบ้าน ที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันพ่อขณะนอนหลับช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 24 มิ.ย.64 จำไม่ได้ว่าฟันไปกี่ครั้งกระทั่งพ่อนอนแน่นิ่งคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงนำมีดไปล้างในห้องน้ำ สักพักได้ยินเสียงพ่อร้องครวญครางจึงคว้ามีดเล่มเดิมไปฟันซ้ำอีกหลายครั้งจนขาดใจตายแล้วก็นำมีดไปล้างเพื่อทำลายหลักฐานใช้ผ้าปูที่นอนเช็ดเลือดตามพื้น และใช้มุ้งพันแผลที่ศรีษะเพื่อไม่ให้เลือดหยด ก่อนจะลากศพไปทำการฝังอำพรางที่หลังบ้านแล้วใช้ทางมะพร้าวปิดทับบนหลุมฝังศพ เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นกระทั่งช่วงประมาณตี 5วันที่ 25 มิ.ย.ก็เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน
ผู้ต้องชายรายนี้รับสารภาพว่า ได้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนของพ่อไปจำนำที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง รวมกับบัตรของตัวเองด้วยได้เงิน 4,000 บาทเป็นค่ารถหลบหนีไปกรุงเทพฯ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่บริเวณท่ารถในตัวอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ที่ผู้ต้องหาไปซื้อตั๋วและรอขึ้นรถเดินทางไปกรุงเทพฯ ก่อนจะถูกจับกุมตัวในท้องที่ของ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อคืนที่ผ่านมา
"สาเหตุที่ฆ่าพ่อเนื่องจากแค้นสะสมที่พ่อชอบต่อว่าและพูดขัดขวางไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำหลายครั้ง เช่นบอกว่าอยากเป็น ส.ส.พ่อก็ตอบกลับมาว่าให้รอวันตาย เหมือนกับพ่อไม่สนับสนุนส่งเสริมไม่อยากให้ตนเองได้ดีกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วพ่อต้องสนับสนุนส่งเสริมลูกตัวเอง จึงคิดว่าหากฆ่าพ่อแล้วคงไม่มีใครมาขัดขวาง แต่ก็รู้สึกผิดและอยากขอโทษพ่อ" เมื่อผู้ต้องหาพูดก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษพ่อด้วย
ด้าน พ.ต.อ.สุเอก เปิดเผยว่าคดีนี้เป็นเรื่องที่มีความบาดหมางระหว่างพ่อลูกไม่ได้เกี่ยวกับการนำบัตรคนจนไปจำนำแล้วไม่แบ่งเงินให้ตามที่มีผู้ให้ข้อมูลส่วนที่ญาติให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตก็ต้องให้แพทย์ตรวจยืนยัน แต่จากการสอบสวนพูดคุย ผู้ต้องหาก็ให้การรู้เรื่อง มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน รู้ว่าตัวเองฆ่าพ่อเสียชีวิต รู้จักอำพรางศพก็ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายแเบื้องต้นถูกตั้งข้อหา “ฆ่าบุพการี,ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย”คาดว่าจะส่งฝากขังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ในวันพรุ่งนี้







