
ปัจจัยลบรุมถล่ม‘ส่งออก’ปีหน้าวูบ
สัญญาณร้ายส่งออกไตรมาสแรกปีหน้าเจอมรสุมหนัก ค่าบาทแข็ง น้ำมันแพง ค่าแรงขึ้น ดอกเบี้ยพุ่ง ทั้งปีโตเหลือ 10%
สัญญาณร้ายส่งออกไตรมาสแรกปีหน้าเจอมรสุมหนัก ค่าบาทแข็ง น้ำมันแพง ค่าแรงขึ้น ดอกเบี้ยพุ่ง ทั้งปีโตเหลือ 10%
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า การส่งออกไตรมาสแรกปี 2554 มีแนวโน้มชะลอตัวลง เป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ผู้ซื้อเริ่มไม่ยอมรับราคาที่เพิ่มขึ้น จึงหันไปนำเข้าจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามและจีน ทั้งยังชะลอการสั่งซื้อ อีกทั้งผู้ประกอบการยังประสบปัญหาต้นทุนขยับจากราคาน้ำมัน ค่าแรงและดอกเบี้ยแพง
อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกไตรมาสแรกมีแนวโน้มชะลอตัว แต่เชื่อว่าทั้งปีจะขยายตัวตามเป้าหมายที่ 10% มูลค่า 2.072.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวต่ำกว่าปี 2553 ที่คาดว่าจะโต 2425% มูลค่า 1.90 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ยังคงต้องติดตาม คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ายังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู)
ขณะที่ปัจจัยบวกมองว่า ผู้ประกอบการไทยได้รับการยอมรับในด้านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งสินค้าจีนยังประสบปัญหาเรื่องดังกล่าวมาก ทำให้เป็นโอกาสของสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย รวมทั้งสินค้าจีนมีโอกาสถูกกีดกันจากสหรัฐและยุโรป จากการที่จีนไม่ยอมปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น ตลอดจนการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศต่างๆ ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสขยายการส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน จีน ญี่ปุน อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สำหรับแผนผลักดันการส่งออกในปี 2554 จะเน้นทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน ส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งกรมมีแผนพัฒนาโดยแยกออกเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีประสบการณ์ส่งออก กับไม่มีประสบการณ์เพื่อจัดทำแผนให้เหมาะสม
ตลาดส่งออกจะให้ความสำคัญกับการบุกเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง คือ อาเซียน จีน อินเดีย และรัสเซีย เป็นตลาดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ทดแทนตลาดหลักที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยง
โดยตลาดอาเซียนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 โดยจะมีการเพิ่มแผนงาน โครงการที่จะเจาะและขยายตลาดเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุนให้ผู้ประกอบการไทยให้มากขึ้น
ด้านตัวสินค้าจะพัฒนาส่งเสริมสินค้าและบริการบนพื้นฐานของการ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างตราสินค้า นวัตกรรม การสร้างสรรค์ ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการค้าในโลกยุคใหม่







