
สมัชชาสุขภาพดันปรับกม.ยืดวันลาคลอดเป็น180วัน
สมัชชาสุขภาพมีมติผลักดันการปรับปรุงกฎหมายแรงงาน เพิ่มสิทธิการลาคลอดจาก 90 วันเป็น 180วัน เพื่อให้แม่มีเวลาให้นมบุตร 6 เดือน
สมัชชาสุขภาพมีมติผลักดันการปรับปรุงกฎหมายแรงงาน เพิ่มสิทธิการลาคลอดจาก 90 วันเป็น 180วัน เพื่อให้แม่มีเวลาให้นมบุตร 6 เดือน
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะทำงานประเด็นการควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีมติเห็นชอบให้ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการลาคลอดของกระทรวงแรงงาน โดยสาระสำคัญคือเพิ่มจำนวนวันลาคลอดจาก 90 วัน เป็น 180 วัน ซึ่งจะทำให้แม่มีเวลาให้นมบุตรได้ถึง 6 เดือน พร้อมกันนี้ยังจะผลักดันให้สถานประกอบการจัดพื้นที่จัดเก็บนมแม่ ตามมาตรการที่ได้จากการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกครั้งที่ 63
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการมีความกังวลว่าหากยืดระยะเวลาการลาคลอดนานขึ้น จะส่งผลต่อกำลังบุคลากรรวมถึงผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ และอาจเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการเลิกจ้างแรงงานได้ ดังนั้นจะต้องมีการหารือร่วมกันทุกฝ่ายก่อนผลักดันแก้กฎหมาย
"ยอมรับมีความเป็นไปได้ยากมากแต่ก็ต้องมาคุยกัน อาจจะเป็นการขยายเวลาลาคลอดให้ขณะที่มีการปรับลดค่าจ้างรายเดือนตามสัดส่วนเหมือนต่างประเทศ หรืออาจจะขยายเวลาลาคลอดจาก 3 เดือน เป็น 4 -5 เดือนก็ได้"นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ในอันดับที่ 105 จาก 109 ประเทศ หรือมีเพียง 10% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม กัมพูชา นั่นเป็นเพราะบริษัทผู้ผลิตนมผงสามารถทำการตลาดได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายลงโทษไว้
ทั้งนี้พบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ผสมนมผงใน 6 เดือนแรก จะทำให้เด็กอายุ 0-1 ปี ป่วยเป็น 5 โรค ได้แก่ ท้องเสีย หอบหืด ผื่นแพ้ เยื่อจมูกอักเสบ และโรคแพ้โปรตีน นอกจากนี้ยังเกิดการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1.7 แสนครั้งต่อปี ภาครัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอย่างน้อยปีละ 80 ล้าน







