
รัฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ ตั้งฉายารัฐบาล...'เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว'
เริ่มตั้งแต่ฉายารัฐบาล คือ
“เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว” เนื่องจากประกอบไปด้วย “เส้นใหญ่” ได้รับการสนับสนุนจากกระบอกปืนและรถถัง รวมถึงบารมีทั้งในและนอกรัฐธรรมนูญ ส่วนที่เป็นผัดซีอิ๊ว เนื่องจากมีสีดำ เสมือนข่าวคาวความฉ้อฉลของรัฐบาลชุดนี้ ที่แม้นายอภิสิทธิ์พยายามแสดงตนเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต หากแต่การอยู่ร่วมในรัฐบาลเดียวกัน อีกทั้งผัดซีอิ๊วยังประกอบด้วยผักคะน้า “สีเขียว” และไข่ไก่ “สีเหลือง” อีกด้วย เช่นเดียวกับที่รัฐบาลนี้ ที่ต้องการแบ็กอัพ คือกองทัพและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉายาของ
“ตุลาการ” คือ “ไม้บรรทัดคู่สู้สิบทิศ” เนื่องจากรอบปีที่ผ่านมา เกิดข้อสงสัยกว้างขวางว่ามาตรฐานหรือไม้บรรทัดของตุลาการไทย อาจจะมิได้มีเพียง 1 อัน โดยเฉพาะการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และมาตรฐานหรือไม้บรรทัด 2 อันของตุลาการนี้ ตุลาการก็ได้ใช้มันต่อสู้ฟาดฟันกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงรอบด้านฉายาของ
“รัฐสภา” คือ “สภามวยโลก” เนื่องจากสมาชิกรัฐสภากลับใช้รัฐสภาเป็นสถานที่ทะเลาะเบาะแว้งกันเอง โดยมุ่งหมายเพียงเอาชนะคะคานด้วยคำพูดที่หยาบคาย ใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกาย ตลอดจนขว้างปารองเท้าใส่กัน อันเป็นพฤติกรรมที่วิจารณญาณของวิญญูชนทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมฉายาของ
“พรรคประชาธิปัตย์” คือ “อิเหนาหุ้มเกราะ” เนื่องจากสำนวน “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” ที่เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านได้โจมตีการใช้นโยบายประชานิยมซื้อใจประชาชน การทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนการตัดสินใจดำเนินการต่างๆ ต่อผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมขับไล่รัฐบาล แต่เมื่อเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์เลือกใช้นโยบายประชานิยม มีตัวเลขการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังมีชุดเกราะของกองทัพคอยปกป้องคุ้มครองอยู่อย่างแน่นหนาฉายา
“พรรคเพื่อไทย” คือ “พรรคเพื่อใคร” เนื่องจากรอบปีที่ผ่านมา นโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยผลักดัน และนำมาหาเสียง คือ “การนำทักษิณกลับบ้าน” นโยบายด้านอื่นเป็นรอง คำถามที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้จึงเป็นลำดับความสำคัญของพรรคที่มี “ประชาชน” หรือ “ใคร” เป็นสำคัญกันแน่ฉายา
“องค์การอิสระ” คือ “สากกะเบือดิน” เนื่องจากปีที่ผ่านมา องค์การอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ล้วนแต่ล้มเหลวในการปฏิบัติงานตรวจสอบอำนาจรัฐโดยสิ้นเชิง ยืนยันถึงความนิ่งเป็นสากกะเบือฉายา
“กองทัพ” คือ “ทัพไทยหมื่นล้านประสานงานปราบม็อบ” เนื่องจากกองทัพบกที่โดดเด่นคือ การเป็นเกราะคุ้มครองรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ โดยทุ่มเทสรรพกำลังและยุทโธปกรณ์ เพื่อกระชับวงล้อมขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่ภารกิจหลักของกองทัพมีอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังสร้างความเคลือบแคลงสงสัยถึงการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ปีละหลายหมื่นล้านฉายา
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” (สตช.) คือ “สำนักงานตำรวจขูดรีด (สตข.)” เนื่องจากมีตำรวจส่วนหนึ่ง ไม่ใส่ใจในหน้าที่ และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรีดไถ การตั้งด่านลอย การค้ามนุษย์ รวมถึงการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ นำมาสู่การวิ่งเต้นโยกย้ายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง






