
ต้นทุนที่ต้องจ่าย
รัฐบาลตั้งท่าแน่นอนแล้ว จะมีการตรึงราคาน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับค่าครองชีพของประชาชนทั้งในเรื่องราคาสินค้าและค่าขนส่ง
รัฐบาลตั้งท่าแน่นอนแล้ว จะมีการตรึงราคาน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับค่าครองชีพของประชาชนทั้งในเรื่องราคาสินค้าและค่าขนส่ง
คำถามก็คือ รัฐบาลจะตรึงได้นานเท่าใด
คำตอบก็คือ ไม่ว่าจะต้องจ่ายแพงแค่ไหน ก็จะตรึงจนกว่าผ่านการเลือกตั้งในปีหน้า
เพราะไม่มีรัฐบาลไหนที่กำลังจะกระโจนเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่แล้วปล่อยให้น้ำมันขึ้นราคาพุ่ง สินค้าแพง
ทั้งหมดทำให้เกิดภาวะหล่อสั่งลุย อุดหนุนทุกระดับราคา เพื่อให้น้ำมันอยู่กับที่
และว่าไปแล้ว มันก็เดินตามรอยมหกรรมแจกที่เกิดขึ้นตลอดมา
ตั้งแต่การทยอยขึ้นเงินเดือน ไล่ตั้งแต่ข้าราชการ แรงงานนักการเมือง ฯลฯ การล้างหนี้ ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ
ทั้งหมดดีเดย์กดปุ่มมีผลปีหน้าพร้อมเพรียงกัน
ฝนตกทั่วฟ้า เงินตรากำลังหว่านไถ
หว่านพืชต้องหวังผล หว่านเงินก็ต้องหวังคะแนนเสียง
จะเรียกประชานิยม รัฐสวัสดิการ หรือสวัสดิการภาครัฐ ฯลฯ มันแตกต่างแค่คำพูด แต่เนื้อหาก็เหมือนๆ กันนั่นคือ พี่นี้มีแต่ให้
แง่หนึ่งมันคือการที่เอางบประมาณแผ่นดินไปหาเสียง สัญญาล่วงหน้าว่าจะแจก โดยมีประชาชนหลายกลุ่มได้รับประโยชน์ และหวังจะกลายเป็นฐานคะแนนสำคัญของรัฐบาล
แต่อีกแง่ก็มองได้ว่าเงินที่จ่ายไปเป็นต้นทุนทางการเมือง เป็นต้นทุนประชาธิปไตยแบบไทยๆ
อย่าลืม การเมืองที่เกิดขึ้นในวันนี้ยังยืนแยก 2 ขั้ว คือประชาธิปัตย์ กับทักษิณ ชินวัตร และคณะ
ประชาธิปัตย์ต้องการเอาชนะทักษิณ และต้องใช้เงินเข้ามาสู้กับโครงการในอดีต ไม่ว่าจะเป็นพักหนี้ กองทุนหมู่บ้าน 30 บาท รักษาทุกโรค
เงินจึงต้องแจกมากกว่า พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเมืองเพิ่มเติมขึ้นไปอีก
ทั้งหมดเราก็ต้องมาคิดว่า มันคุ้มหรือไม่กับเงินที่จ่ายไป
จ่ายไปเพื่อไม่เอาทักษิณ
ไม่เอาทักษิณ และนอมินีทุกรูปแบบ ทั้งนอมินีทางการเมืองรวมถึงเสื้อแดงที่เผาบ้านเผาเมืองไปเรียบร้อย
นี่แหละ ความจริงแห่งการแจก
และคนไทยจะต้องตัดสินใจในปีหน้า เมื่อการเลือกตั้งใหญ่มาถึง







