
ป.ป.ช.ชี้คดีทุจริตคลองด่านไม่ขาดอายุความ
ป.ป.ช. ยันคดีทุจริตคลองด่านยังไม่หมดอายุความ แย้มพบเจ้าหน้าที่รัฐเอกชนเอี่ยวเพียบ ชี้อยู่ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คาดเเถลงยื่นฟ้องได้ปีหน้า
ป.ป.ช. ยันคดีทุจริตคลองด่านยังไม่หมดอายุความ แย้มพบเจ้าหน้าที่รัฐเอกชนเอี่ยวเพียบ ชี้อยู่ระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คาดเเถลงยื่นฟ้องได้ปีหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีเรื่องสำคัญที่ควรแถลงให้สื่อมวลชนทราบ ตามที่ผู้แทนเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ (คลองด่าน) จังหวัดสมุทรปราการ ในทำนองว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เร่งพิจารณาชี้มูลความผิดผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ อีกทั้งมีข้อสงสัยว่าคดีดังกล่าวจะขาดอายุความแล้ว นั้น
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอเรียนชี้แจงว่า เรื่องกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ (คลองด่าน) จังหวัดสมุทรปราการ ตามที่มีการเสนอข่าวตลอดมานั้น เป็นเรื่องที่มีการกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวม 2 เรื่อง กล่าวคือ
1.เป็นการกล่าวหา นายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในการรวบรวมที่ดินในเขตท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขายให้กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว โดยมีมติชี้มูลความผิดทางอาญา นายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก นายวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากนายวัฒนา อัศวเหม ได้หลบหนี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงได้ออกหมายจับ นายวัฒนา อัศวเหม เพื่อนำตัวมารับโทษในคดีดังกล่าว ปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมตัวได้
2. เป็นการกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และเอกชนหลายราย ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในการดำเนินการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ (คลองด่าน) จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง
โดยมี นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ ศาสตราจารย์ เมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. เป็นอนุกรรมการ นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งอนุกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นพนักงานอัยการ จำนวน 2 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งละ 1 ท่าน ซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้มีการดำเนินการไต่สวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วประมาณ 130 ราย รวมทั้งได้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีจำนวนมากกว่า 30,000 แผ่น
ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนจำนวนหลายรายมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการโดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ได้รับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาวินิจฉัยได้ภายในช่วงต้นปี 2554 ทั้งนี้คดีดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความฟ้องคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงขอแถลงมาให้ทราบทั่วกัน







