
พิจิตรขาดรถเกี่ยวข้าว ฝนตกซ้ำความชื้นสูงชาวนาโอดทำราคาตก
โพสต์ทูเดย์
— ชาวนาพิจิตรโอดขาดแคลนรถเกี่ยวข้าว ฝนตกซ้ำทำความชื้นสูงราคาตกนายสมจิตร ดีไทย เกษตรกรชาวนา หมู่ 4 บ้านไผ่รอบ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้าวนาปีของชาวนาพิจิตรต้องเก็บเกี่ยวพร้อมๆ กันแล้ว จึงทำให้เกิดปัญหารถเกี่ยวข้าวขาดแคลน ต้องสั่งจองล่วงหน้ากว่าครึ่งเดือน เกิดปัญหาอย่างมาก เพราะมีฝนหลงฤดูตกลงมา ทำให้ข้าวที่สุกคานามีความชื้นสูง
“
ชาวนาต้องทำใจ เพราะไม่มีรถเกี่ยวข้าว ถ้าจะบอกเลิกการจองก็ต้องหลุดคิวไป กว่าจะได้เกี่ยวข้าวฝนก็ตกลงมา จึงทำให้ได้ข้าวเปลือกที่โดนฝนและมีความชื้นสูง เมื่อนำไปขายก็จะต้องถูกตัดราคา ซึ่งราคาซื้อข้าวเปลือกวันนี้อยู่ที่ตันละ 7,200 บาท และจะได้รับเงินจากรัฐบาลชดเชยอีกตันละ 1,600 บาท ซึ่งคิดแล้วก็ได้ราคาเพียงตันละ 8,800 บาท ซึ่งต่ำกว่าหมื่น แต่ก็ต้องจำใจขาย” นายสมจิตร กล่าวนายสมจิตร กล่าวอีกว่า การขาดแคลนรถเกี่ยวข้าวในช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่จะพากันไปรับจ้างเกี่ยวข้าวหอมมะลิให้กับภาคอีสาน ซึ่งได้ราคาดีกว่า จึงทิ้งชาวนาพิจิตรให้ต้องแย่งรถเกี่ยวข้าวกันเช่นนี้ทุกปี
ด้านระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เริ่มลดระดับอย่างผิดสังเกตตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.อุบลราชธานี ลดลงจากริมตลิ่ง 12 เมตร บางจุดเกิดสันดอนและโขดหินโผล่กลางน้ำ ชาวบ้านกล่าวว่า น้ำโขงลดเร็วกว่าปกติ และเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากประเทศจีนกักเก็บน้ำไว้ใช้ในเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า คาดว่าภายใน 12 เดือน จะส่งผลต่อระบบนิเวศวิทยาในลำน้ำ
นอกจากนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีปริมาณลดลง หลังจากอุทกภัยในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบอย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังการทำนาปรัง เนื่องจากจะลดการปล่อยน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ชลประทานเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่แจ้งชาวนาให้ลดพื้นที่การทำนาปรังลง จากเดิม 1.5 แสนไร่ เหลือ 6 หมื่นไร่ และล่าสุด แจ้งว่าจะระบายน้ำเพื่อทำนาปรังได้เพียง 4 หมื่นไร่เท่านั้น เพราะต้องรักษาต้นทุนระดับน้ำในเขื่อน จึงทำให้ชาวนาที่อยู่ใกล้คลองส่งน้ำต่างเร่งทำนาปรังก่อนเพื่อจะใช้น้ำที่มีอยู่ เพราะหากทำนาปรังช้ากว่านี้อาจไม่มีน้ำให้ทำนาอีก







