
เฉลิมแปลกใจคนไม่หาเสียงชนะเลือกตั้ง
"เฉลิม" แขวะคนไม่ปราศรัย-ไม่ออกจากบ้านชนะเลือกตั้งเป็นทฤษฎีใหม่ที่ "เพื่อไทย" ต้องศึกษา
"เฉลิม" แขวะคนไม่ปราศรัย-ไม่ออกจากบ้านชนะเลือกตั้งเป็นทฤษฎีใหม่ที่ "เพื่อไทย" ต้องศึกษา
เมื่อเวลา 12.15 น.ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ส.ส.ของพรรคออกมาเรียกร้องให้พรรคเร่งหาหัวหน้าพรรคตัวจริงเพื่อมานำพรรคหลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ที่ผ่านมาว่า ตนในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้น่าจะเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด เลขาธิการพรรคเพื่อไทยก็เป็นคนขยัน ไม่มีอะไรที่บกพร่องจนต้องลาออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเองก็รู้ดีว่าว่าตัวเองชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ด้วยวิธีการอะไร แต่การเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในสมัยหน้านั้นตนยังมั่นใจว่าพื้นที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยยังแข็งแกร่งและหนาแน่นอยู่ ซึ่งสื่อมวลชนเองก็น่าจะเป็นพยานได้ดี เพราะที่จ.สุรินทร์นั้นพรรคภูมิใจไทยปราศรัยเพียง 2 ครั้ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยปราศรัยไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง คนที่มาฟังการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยก็มากกว่าพรรคภูมิใจไทยแบบเทียบอัตราส่วนกันไม่ได้ ส่วนจ.นครราชสีมานั้นผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่แค่ไม่ปราศรัยหาเสียง แต่ไม่ยอมแม้กระทั่งจะออกจากบ้านแต่กลับชนะการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งตรงนี้เป็นทฤษฎีใหม่ที่พรรคเพื่อไทยต้องศึกษา
ท้า“ภูมิใจไทย”แน่จริงกระซิบบอก“มาร์ค”ยุบสภาฯ ลงเลือกตั้ง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ภาคอีสานนั้น อีสานเหนือและอีสานกลางมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากพื้นที่อีสานใต้ ดังนั้นในการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยต้องวิเคราะห์เพื่อหาวิธีสกัดกั้นอำนาจรัฐให้ได้ แม้ว่าเรื่องอำนาจเงินนั้นเราจะไม่สามารถสกัดกั้นได้ก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าคนในพรรคจะต้องออกมาตีอกชกตัว แต่ต้องหาวิธีที่จะใช้สื่อสารมวลชน องค์กรของพรรค และองค์กรภาคเอกชนต่างๆ เพื่อช่วยสกัดกั้นการทุจริตการเลือกตั้งให้ได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เพราะศรัทธาของประชาชน ก็ขอให้พรรคภูมิใจไทยไปกระซิบนายอภิสิทธิ์ให้รีบยอมให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วแล้วตนจะโมทนาสาธุ
จวกเปลี่ยนหน.ใหม่อีก 108 คนก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ของพรรคเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ก็มีสิทธิจะคิดแต่ประชาชนในอีสานนั้นเขาสนใจแค่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เท่านั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เราเน้นขายนโยบาย ทำให้ประชาชนระลึกถึงความหลังในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณทำให้กับชาวบ้าน วันนี้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคอีก 108 คนก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ และถ้าพรรคไม่ขายพ.ต.ท.ทักษิณแล้วจะเอาอะไรไปขาย ส่วนการที่พรรคได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีแต่เหตุใดยังพ่ายแพ้นั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นเพราะนโยบาย 1 ผู้ว่าฯ 1 ผู้กำกับการ และ 1 นายอำเภอ ซึ่งตรงนี้เราต้องมาวิเคราะห์ ตนขอท้านายอภิสิทธิ์อีกครั้งว่า ถ้าคิดว่าคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส.ขอนแก่นที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ 3 หมื่นกว่าคะแนนนั้นสง่างามก็เอาเลย ให้มีการเลือกตั้งวันนี้เลย จะมัวรออะไรอยู่อีก
รับวางแผนพลาดเพราะคิดว่าอีสานใต้จะเหมือนอีสานเหนือ-อีสานกลาง
“ยอมรับว่าผมวางแผนผิดพลาด ตั้งสมมุติฐานว่าอีสานเหนือและอีสานกลางนั้นจะมีวัฒนธรรมที่เหมือนกับอีสานใต้ ดังนั้นคนอื่นไม่ต้องลาออก ผมคนเดียวที่ต้องลาออก แต่ผมจะไม่ลาออก เพราะการเลือกตั้งมที่ผ่านมาแค่เลือกตั้งซ่อม ถ้าเป็นการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศแล้วผมวางแผนผิดพลาดตรงนั้นผมจะลาออก เพราะมันชี้วัดการเป็นรัฐบาลและการเป็นฝ่ายค้านด้วย”ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าว
แจ้ง 13 ปัญหาทำพท.แพ้ให้ผู้ใหญ่ทราบ
ส่วนได้รายงานให้พ.ต.ท.ทักษิณทราบแล้วหรือยังนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนได้นำปัญหาที่วิเคราะห์ไว้ 13 ข้อรายงานให้ผู้ใหญ่ของพรรคทราบแล้ว ซึ่งผู้ใหญ่ของพรรคก็คงจะรายงานให้พ.ต.ท.ทักษิณทราบต่อไป ทั้งนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยยังหามาตรการสกัดกั้นทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงินไม่ได้ ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าเราก็จะลำบาก อย่างไรก็ตาม ในการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยวันนี้ตนจะพูดถึงปัญหาทั้ง 13 ข้อต่อที่ประชุมส.ส.พรรคด้วย และจะเปิดโอกาสให้คนที่ข้องใจสอบถามตนได้ด้วย
ชี้สกัดอำนาจรัฐ-อำนาจเงินได้ 30% เหมาส.ส.อีสานทุกจังหวัด
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมีส.ส.ของพรรคย้ายออกจากพรรคหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าใครจะออกจากพรรคต้องคิดหนัก เพราะตนใช้เวลานั่งคิดอยู่ 2 วันว่าจะใช้วิธีอะไรสกัดกั้นอำนาจรัฐและอำนาจเงินให้ได้ เพราะถ้าสกัดกั้นได้ 30% เราเหมาทุกจังหวัดในอีสานแน่นอน วันนี้คนในพรรคเพื่อไทยไม่ต้องวิตกกังวล แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องมาช่วยกันคิดช่วยกันแก้ ไม่ใช่ออกมาตีโพยตีพาย พวกที่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์จะไปรู้อะไร เอาแต่นั่งวิเคราะห์กันเรื่อยเปื่อย ไม่ได้ออกไปหาเสียงตากแดดแบบตนแล้วจะไปรู้อะไร วันนี้คนที่ลงไปช่วยหาเสียงก็รู้ดีว่าเราใช้ปัจจัยไปแค่ไหน ต้องหันหน้ามาคุยกัน ไม่ใช่ออกมาพูดกันคนละทีสองที อวดรู้สู่ฉลาด







