posttoday
ปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย (ตอนที่ 2)

ปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย (ตอนที่ 2)

14 ธันวาคม 2553

....นพ.วิชัย โชควิวัฒน์

ปัญหาการทำแท้งในสังคมไทยคงจะมีมานานแล้ว โดยรูปแบบและลักษณะของปัญหาอาจจะแตกต่างกันไป ดังปรากฏในกฎหมาย“พระธรรมนูญ” ซึ่งตราขึ้นเมื่อปี 2165 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ กฎหมายดังกล่าวได้มีการรวบรวมและชำระไว้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นส่วนหนึ่งในกฎหมายตราสามดวง กำหนดให้คดี “รีดลูก” ถ้าถึงตายให้เป็นหน้าที่พิจารณาของกระทรวงนครบาล ถ้าไม่ถึงตาย กำหนดว่า “จำเลยเป็นสมในขุนพรหมสุภาได้พิจารณา ถ้าแลหัวเมืองขุนแขวงหมื่นแขวงได้พิจารณาแต่เบี้ยต่ำแสน”

และอีกตอนหนึ่งบัญญัติว่า กรณี “รีดลูกเสียสารพัดทำทั้งปวง...เปนแพ่งอาชญาประการใดก็ดี เปนตระทรวงแพทยาได้พิจารณา ถ้าหัวเมือง เป็นตระทรวง ขุนหมื่นกรมแพทยาหัวเมืองได้พิจารณา”

ใน “อักขราภิธานศรับท์” ฉบับหมอบรัดเลย์ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2416 เก็บศัพท์คำว่า “รีดท้อง” เอาไว้ และอธิบายว่า “คือการที่รีดตามท้องนั้น, รีดลูก เป็นต้น”

ในสัพะ พะจะนะ พาสาไท คือ พจนานุกรมสี่ภาษาของพระสังฆราชปาเลอกัว ก็เก็บคำว่า รีดท้องไว้ แต่มิได้กล่าวถึงคำ รีดลูก

ปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย น่าจะขยายตัวอย่างมากในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ประเทศไทยถูกเลือกเป็นที่ “พักผ่อนและนันทนาการ” (Rest and Recreation) ของบรรดาทหารอเมริกัน เกิดสถานบันเทิงคือ อาบ อบ นวด และอาชีพใหม่คือ “เมียเช่า” มากมายในท้องที่ที่มีค่ายทหารอเมริกัน เช่น โคราช ตาคลี สัตหีบ เป็นต้น ช่วงผู้เขียนไปเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลนครราชสีมาเมื่อ พ.ศ. 2513 ช่วงฝึกงานในแผนกสูตินรีเวชงานหลักในหน้าที่แพทย์เวรห้องฉุกเฉินคือ การขูดมดลูกให้แก่หญิงที่ไปทำแท้งกับหมอเถื่อนแล้วตกเลือดมาวันละหลายราย

สมัยนั้น ยังไม่มี “คลินิกวางแผนครอบครัว” เกิดขึ้น ทำให้การทำแท้งตกอยู่ในมือของ “หมอเถื่อน” แทบทั้งสิ้น ซึ่งมีวิธีการทำที่แตกต่างกันทั้งที่อันตรายมากและอันตรายน้อย เช่นการบีบเค้นบริเวณมดลูก สอดใส่วัตถุเข้าไปในโพรงมดลูก เช่น สายยางสวนปัสสาวะ เป็นต้น

วิธีการทำแท้งของหมอเถื่อน จะทำให้เกิดการแท้งลูกขึ้น แต่มักจะเป็นการแท้งที่ไม่สมบูรณ์ (Incomplete Abortion) นั้นคือ จะทำให้รกลอกตัว และเด็กในท้องอาจจะตาย แต่รกไม่ลอกหลุดออกมาหมด เกิดการตกเลือด หญิงที่ทำแท้งก็จะต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ขูดมดลูกให้ ถ้ามาเร็วและหมอทำแท้งทำไว้สะอาดพอสมควร หลังขูดมดลูก เลือดก็มักหยุด และกลับบ้านได้ในระยะเวลาวันสองวัน แต่ถ้าตกเลือดมากก็อาจถึงขั้นช็อกต้องให้เลือดโดยเร็ว จึงจะช่วยชีวิตไว้ได้ ถ้าทิ้งไว้นานและมีการติดเชื้อก็อาจรุนแรงจนเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิตทำให้เสียชีวิต รองลงมาคืออาจถึงขั้นมดลูกเน่าต้องตัดทิ้ง หรืออาจติดเชื้อเรื้อรังในบริเวณอุ้งเชิงกรานจนถึงขั้นเป็นหมัน หรืออาจมีโรคแทรกซ้อนตามมาภายหลัง คือท้องนอกมดลูกได้ เนื่องจากเกิดพังผืดบริเวณปีกมดลูก ทำให้ไข่ที่ได้รับการผสมเชื้อแล้ว เคลื่อนตัวลงมาสู่โพรงมดลูกได้ยาก จึงฝังตัวที่บริเวณท่อนำไข่ทำให้เป็นกรณี “ท้องนอกมดลูก” ซึ่งเป็นกรณีผิดธรรมชาติ พอท้องได้ 2–3 เดือน ท่อนำไข่บริเวณปีกมดลูกมีขนาดเล็ก ไม่สามารถขยายตัวอย่างมดลูกจะต้องแตกออกเสมอ ทำให้ตกเลือดในช่องท้อง ต้องผ่าตัดตัดท่อนำไข่ที่แตกทิ้งโดยเร็ว ถ้าช้าอาจตกเลือดจนช็อกเสียชีวิตได้

หลังทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา เกิดนวัตกรรมใหม่ในสังคมไทย คือ คลินิกวางแผนครอบครัว ช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่พร้อมให้มีทางเลือก ถ้าไม่ต้องการอุ้มท้องต่อไป ก็ดำเนินการแก้ไขโดยวิธีการที่เรียกว่า “การปรับประจำเดือน” (Menstrual Regulation) เรียกย่อๆ ว่า เอ็มอาร์ (MR) มีการประดิษฐ์เครื่องมือทางการแพทย์ ทำให้สามารถปรับประจำเดือนที่ “ขาด” ไปให้มีกลับมาได้โดยมีความปลอดภัยสูง นวัตกรรมดังกล่าวทำให้บรรดาผู้หญิงที่ “ท้องไม่พร้อม” มีทางเลือกที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตกับหมอเถื่อนที่รับทำแท้งโดยไม่มีทางเลือกเหมือนแต่ก่อน

อย่างไรก็ดี โดยที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายทำแท้ง ทำให้ “คลินิกวางแผนครอบครัว” ต่างๆ ไม่สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้โดยเปิดเผย และสถาบันการศึกษาทางการแพทย์และสาธารณสุขต่างๆ ทุกระดับ ไม่สามารถสอนในหลักสูตรการศึกษา รวมทั้งไม่มีการสอนในหลักสูตรชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งโดยทั่วไปในหลักสูตรจะมีวิชา “เพศศึกษา” หรือ“ชีวิตครอบครัวศึกษา” ความรู้ต่างๆ เหล่านี้จึงไม่มีการเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ได้ ผลก็คือยังมีหญิงที่ “ท้องไม่พร้อม” ส่วนหนึ่ง ไม่ทราบข้อมูลของทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าของคลินิกวางแผนครอบครัว และยังต้อง “แอบซ่อน” ไปรับบริการของหมอเถื่อน ซึ่งอันตรายมากกว่า ดังกรณีซากทารกกว่าสองพันซากที่วัดไผ่เงิน ก็มีผู้ที่มิใช่แพทย์ออกมารับสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ทำ ซึ่งน่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายเปิดทางเลือกให้กว้างขึ้น ปัญหาลักษณะนี้ก็จะผุดโผล่ให้สังคมตระหนกตกใจกันเป็นครั้งคราวเรื่อยไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท