
โลกมองไทย
เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีอยู่แล้วสำหรับนิตยสารไทม์ในการจัดอันดับ 10 สุดยอดในเรื่องต่างๆ
แต่ปีนี้ดูจะเป็น 10 สุดยอดพิเศษที่แตกต่างจากทุกปี เพราะประเทศไทยมีชื่อติดอยู่ในรายการ 10 สุดยอดแห่งปีด้วยเช่นเดียวกัน โดยนิตยสารไทม์ยกให้เหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง เป็นเหตุการณ์ข่าวที่โลกต้องจดจำประจำปีนี้ในอันดับที่ 10
ไทม์ รายงานว่า ผู้ชุมนุมมากกว่า 1 แสนคน ได้เข้ามาประท้วงและยึดใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เพื่อขับไล่รัฐบาลที่กลุ่มผู้ประท้วงมองเห็นว่าเป็นพวกชนชั้นขุนนางอำมาตย์ที่มาไม่ชอบด้วยระบอบประชาธิปไตย
บรรดานักวิจารณ์ทั้งหลายต่างมองว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงรอยแยกระหว่างสังคมเมืองกับชนบท คนรวยกับคนจน อำมาตย์นิยมกับประชานิยม
โดยหัวหอกคนสำคัญของกลุ่มเสื้อแดงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังลี้ภัยอยู่ในต่างแดนขณะนี้
ภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในกรุงเทพฯ เกิดขึ้น การต่อสู้กลางเมืองตามท้องถนนระหว่างกองกำลังของรัฐบาลกับอุปกรณ์ครบครันและกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมีปืนพกติดตัวกับอาวุธเท่าที่จะหาได้จากสิ่งของรอบตัว เป็นการเผชิญหน้าปะทะกันอย่างดุเดือดที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน และบาดเจ็บกว่า 1,800 คน
การต่อสู้ดังกล่าวเป็นไปภายใต้การรายงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของสื่อต่างประเทศทุกสำนักตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่อารมณ์ความรู้สึกนั้นยังคงคุกรุ่นอยู่ เห็นได้จากเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา บรรดาผู้สนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงได้กลับมารวมตัวกันอีกในกรุงเทพฯ เพื่อจัดงานรำลึกครบรอบ 6 เดือนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไทม์สรุปปิดท้ายของรายงานว่า ด้วยรูปการณ์แบบนี้ การชุมนุมประท้วงในอนาคตก็อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้







