
แก้ให้ถึงรากเหง้า
ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์กำลังเดินหน้าแนวนโยบายรัฐบาลหลายเรื่องที่สุ่มเสี่ยงคล้ายคลึงกับสัญญาว่าจะให้และไม่แตกต่างกับแนวทางประชานิยมแจกดะที่พรรคประชาธิปัตย์รุมถล่มในอดีตเข้าไปทุกขณะ
มาตรการหลายอย่างสุ่มเสี่ยงจะเป็นภาระของภาครัฐในอนาคต เพราะการจัดแคมเปญนโยบายค่อนข้างที่จะตอบสนองต่อประชานิยมแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แม้จะใช้เหตุและผลอ้างว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการลดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมในสังคมเพื่อช่วยคนนอกระบบก็ตาม
หากไล่เลียงมาจะพบว่า ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงทั้งเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบรอบแรก ที่มีการแก้ไขปัญหาลูกหนี้ได้ 45 แสนคน และในเร็วๆ นี้ก็จะผลักดันแก้ไขหนี้นอกระบบรอบสองขึ้นมา รวมถึงการผลักดันให้ขึ้นเงินเดือนแก่บรรดา อบต. อบจ. ตลอดจนการประเคนเงินเดือนให้บรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกไม่ต่ำกว่า 1.31.4 หมื่นล้านบาท สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประชานิยมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร
ขณะที่การออกแพ็กเกจการแก้ไขปัญหาคนชายขอบหรือกลุ่มแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ด้วยการประกาศที่จะช่วยเหลือไปยังกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ แท็กซี่ หาบเร่แผงลอย คนทำงานกลางคืน ตลอดจนการจัดระเบียบขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบให้ถูกต้อง เพื่อที่ให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ และไม่ต้องถูกขู่รีดจากพวกมีอิทธิพลในกฎหมายนั้น ถือว่าเป็นการปฏิรูประบบสังคมที่ควรสนับสนุน
แต่รัฐบาลต้องตั้งหลักให้ดีว่า มาตรการเหล่านี้ต้องตอบโจทย์ของการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงเพื่อซื้อใจคน หรือดำเนินนโยบายวันนี้แล้วไปสร้างปัญหากับรัฐบาลในอนาคต
เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศแนวนโยบายในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับสัญญาว่าจะให้ และทำให้ถูกมองได้ว่ามุ่งหวังผลการเมืองก่อนที่จะเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งใหม่มากกว่าการปฏิรูปสังคม
เราสนับสนุนรัฐบาลในการออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม การสร้างงานให้กับคนด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเป็นระบบ
แต่รัฐบาลต้องคิดให้หนักคิดให้ไกล ต้องกล้าที่จะขุดลงไปถึงต้นตอของปัญหา และนำมาแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ไม่ใช่การออกมาตรการเพื่อขายผ้าเอาหน้ารอด
ถ้ารัฐบาลรู้ว่าต้นทุนของบรรดาคนนอกระบบอยู่ที่ผู้มีอิทธิพล ต้องกล้าที่จะปราบปรามบรรดาผู้มีอิทธิพล ถ้ารู้ว่าปัญหาอยู่ที่เงินใต้โต๊ะต้องกล้าที่จะล้มโต๊ะ ไม่ใช่หาวิธีใหม่มาจัดระบบให้คนนอกระบบเดินไปตามทางนั้น แต่รากเหง้าของปัญหายังถูกละเลย ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับส่วย เจ้าหน้าที่เทศกิจกินเงินรายวัน ปล่อยให้มาเฟียรับเรียกสตางค์จากสุจริตชน สุดท้ายรัฐบาลก็ปล่อยให้คนไทยหนีไม่พ้นวังวนของความเน่าเฟะของสังคม







