
ประเด็นร้อน
เรื่องฮอตที่ต้องติดตามวันที่ 14 ธ.ค. อยู่ที่การประชุม ครม. เมื่อพรรคประชาธิปัตย์จะพิจารณาขึ้นเงินเดือนทั้งระบบ เกทับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตีกินขึ้นเงินเดือน อบต. ปูทางไปสู่การเลือกตั้งแบบเต็มๆ
1.ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการขึ้นเงินเดือนนักการเมือง โดยคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีการวม 9 ฉบับ พร้อมบัญชีค่าตอบแทนของประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อปรับขึ้นเงินเดือนพร้อมกันทั้งระบบ ทั้งข้าราชการทุกประเภท เจ้าหน้าที่ของรัฐและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทุกแห่งในอัตรา 5% เท่ากันทุกอัตรา ขณะที่ สส. สว. และกรรมาธิการ จะได้ปรับขึ้นค่าตอบแทนถึง 14.714.9%
ขณะการปรับขึ้นค่าตอบแทนให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย จะนำเสนอรายงานภาระงบประมาณและผลการศึกษาเปรียบเทียบเทศบาล สมาชิกสภากรุงเทพ หรือ สก. สมาชิกสภาเขต หรือ สข. นำเสนอ ครม.ให้พิจารณาด้วย
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาอื่นๆ เช่นร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการผลิต ขายนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรยาแผนโบราณ พ.ศ. ...แผนกลยุทธแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนางานสัตว์เพื่องานวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 25552559 , ขอเพิกถอนพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย การให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง และ พ.ร.ฎ.โอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552 , แหล่งเงินทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่
2.รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ ครม.ให้ช่วยหยิบเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ที่ยังเหลือการช่วยเหลืออีกประมาณ 900 ล้านบาท ขึ้นมาพิจารณา หลังจากที่เรื่องค้างใน ครม. จนเกษตรกรมาประสบอุทกภัยซ้ำสอง นอกจากนั้นต้องจับตาว่า ครม.จะมีแนวทางอย่างไรที่ทำให้สำนักงบประมาณ และ ธ.ก.ส.ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น หลังจาก 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบแนวทางในการลดขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณช่วยเกษตรกรที่ประสบน้ำท่วมจนกระทรวงเกษตรฯ แถลงข่าวว่าไม่เกินวันที่ 15 ธ.ค.นี้ แต่จนบัดนี้ข่าวว่า ธ.ก.ส.กับสำนักงบประมาณยังคุยกันไม่จบ สัปดาห์นี้หากไม่จบเห็นทีเกษตรกรเต็มหน้าทำเนียบรัฐบาลแน่
ด้านวาระเพื่อทราบ เช่นร่าง พ.ร.ฎ.เงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ ขนาด และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ , รายงานการดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เอาประกันที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และแผนการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 เป็นต้น
3.ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเวลา 13.30 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่มี นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยการพิจารณาคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไขมาตรา 190 เกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
4.สำหรับประเด็นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ทุกฝ่ายต่างเฝ้ารอโดยเฉพาะภาคธุรกิจ ในที่ประชุม ครม.วันนี้ จะมีการหารือแนวทางการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย เบื้องต้นทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะจัดทำรายงานกลไกเพื่อการเฝ้าระวังเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งนี้อาจจะมีคณะกรรมการหรือศูนย์ขึ้นมาแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปตามหมวด 1 ของ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
5.คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการประชุมรอบสุดท้ายของปีเช้านี้ จะรู้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อหรือไม่ แต่ตลาดคาดการณ์แล้วว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 00.25% ตามเดิม เนื่องจากสถานการณ์ในสหรัฐยังไม่น่าไว้วางใจนัก หลังจากก่อนหน้านี้เฟดได้ออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing : QE) ผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ โดยเฟดตัดสินใจเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้ QE2 วงเงิน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือน พ.ย. 2553 ถึงเดือน มิ.ย. 2554 ในการประชุมรอบก่อนเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
ผลการประชุมของเฟดครั้งนี้ อาจส่งผลมาถึงตลาดหุ้น และตลาดเงินในไทย รวมถึงประเทศในเอเชีย หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม เพราะก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2% ดังนั้นตลาดการเงินในไทยและเอเชีย ยังคงเป็นที่น่าสนใจจากนักลงทุน ยามที่ตลาดการเงินสหรัฐอยู่ในภาวะอ่อนแรง
6.ธนาคารกสิกรไทย จะแถลงผลการดำเนินงานปี 2553 และกลยุทธ์ธุรกิจของสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคล และเครือข่ายบริการปี 2554 พร้อมแนะนำผู้บริหารที่ดูแลฝ่ายงานต่างๆ โดยมีนายอำพล โพธิ์โลหะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมแถลง ซึ่งน่าสนใจว่าปีหน้ากลุ่มลูกค้าบุคคลยังเป็นกลุ่มที่แข่งขันกันรุนแรง โดยธนาคารต่างหันมาเล่นเรื่องราคาต่อเนื่อง หลังจากปีนี้ธนาคารต่างประเทศหลายรายเข้าซื้อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย และต้องการสร้างฐานลูกค้า ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในส่วนแบ่งการตลาด







