"ประชาธิปัตย์"ลุยผลักดันแก้รัฐธรรมนูญวาระ2-3
โฆษกประชาธิปัตย์เผยพรรคเดินหน้าผลักดันแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 และ วาระที่ 3 เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 64 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า พรรคมีนโยบายชัดในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญและเป็นนโยบายที่ได้ผลักดันจนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เป็นพรรคการเมืองแรกที่ชูธงในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้มีความชัดเจนว่า การแก้ไข รธน. จะตัดเสียงในส่วนของ สว. ในวาระ 1 และ วาระ 3 คือให้ใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้กำหนดเสียงของ สว. มาเป็นเงื่อนใขสำคัญในการแก้ไข รธน. ก็จะทำให้การแก้ รธน. รายมาตรา มีโอกาสมากขึ้น แต่ก็ไม่ง่ายเกินไปในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ รธน. ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การกำหนดให้ใช้มติ 2 ใน 3 ถือว่ามีความเหมาะสม
และในส่วน สสร. ก็จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้ง 200 คน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ การไม่ปิดกั้นสมาชิกพรรคการเมืองในการเข้ามาเป็น สสร. เพราะถือว่าการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และจะไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองหลังเป็น สสร. เมื่อไม่มีข้อห้ามในส่วนต่างๆ เหล่านี้ก็จะทำให้คนที่สนใจการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
นายราเมศ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญถือว่าเราได้เดินมาไกลพอสมควรแล้ว ก็จะเดินหน้าผลักดันในวาระที่ 2 และ วาระที่ 3 ต่อไป เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
ส่วนที่มีผู้สื่อข่าวถามว่า ญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ได้ยื่นต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อขอมติสมาชิกรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าเป็นญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และพรรคจะมีแนวทางอย่างไรนั้น
นายราเมศตอบว่า มีแนวทางที่ชัดเจนมาตั้งแต่ ส.ส ของพรรคลงลายมือชื่อในญัตติขอแก้ไข รธน. แล้ว ว่าญัตติขอแก้ รธน. ชอบด้วยกฎหมาย พรรคได้มีมติไปแล้ว จึงไม่กังวล และอยากให้นายไพบูลย์พิจารณา หากคิดว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายก็สามารถยื่นหลังเสร็จสิ้น วาระ 3 ได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิเปิดช่องทางไว้อยู่แล้ว


