
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนประจำวันจันทร์ที่ 13 ธ.ค. หนีไม่พ้นผลการเลือกตั้งซ่อม 5เขต 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น สุรินทร์ และนครราชสีมา
1.ต้องติดตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จุดพลุแนวทางการปฏิรูปล็อตใหญ่ เพื่อช่วยเหลือแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มแรงงานด้านต่างๆ โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ เช่น กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะเปิดให้จดทะเบียนออกบัตรใหม่เพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุน รวมถึงจะมีโครงการ
“วินในฝัน” ตั้งเป้าให้มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1,200 บาทต่อเดือน ขณะที่กลุ่มแท็กซี่ ผู้ที่ต้องการซื้อจะเปิดให้ผ่อนซื้อได้ต่ำกว่าราคาเช่า เช่นเดียวกับการประกันสังคม จะเปิดให้เลือกจ่ายเดือนละ 100 บาท โดยได้รับสิทธิรักษาพยาบาล ทั้งนี้ นายกฯ ประกาศว่า แนวทางทั้งหมดจะได้ข้อยุติในวันที่ 17 ธ.ค.นี้2.ต่อเนื่องกันไปเวลา 11.00 น. มีการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง โดยมีนายกฯ เป็นประธาน สถานที่ประชุมครั้งนี้เหมาะเจาะเลือกใช้ห้องประชุม ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชั้น 1 อาคารสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ต้องจับตาเพราะเป็นการให้นโยบายทุกกระทรวงเตรียมบูรณาการแผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะจัดรัฐสวัสดิการแรงงานนอกระบบ
3.ผลการเลือกตั้งซ่อม 5 เขตแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่าพรรครัฐบาลยังรักษาที่นั่งไว้ได้หมด ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้มาเพียง 1 ที่ คือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเก้าอี้เดิม นับว่าพลิกโผหลังจากแกนนำเพื่อไทยมั่นใจจะคว้า 4 ที่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยจะประชุมคณะผู้บริหารตามปกติทุกวันจันทร์ คาดว่าจะหารือถึงความผิดพลาดและปรับกลยุทธ์สู้ในการเลือกตั้งปีหน้า ที่ต้องติดตามคือการร้องเรียนจากคู่แข่งถึงพฤติกรรมทุจริตการเลือกตั้ง
4.นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.พรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปยื่นฟ้องผู้พิพากษาศาลอาญาเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา หลังจากแกนนำเสื้อแดงผู้นี้ได้ยื่นเรื่องถึงตัวแทนประธานศาลฎีกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านไม่ให้ผู้พิพากษารายหนึ่งในองค์คณะพิจารณาคดีที่นายอภิสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทเขากรณีกล่าวหาว่าทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุม โดยนายจตุพร ระบุว่า มีผู้พิพากษาใกล้ชิดกับนายอภิสิทธิ์ จึงไม่สมควรที่จะมาตัดสินคดี
5.กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. ที่แถลงจุดยืนต่อสู้ด้วยหลักสันติวิธี จะเดินทางเข้าพบ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คาดว่าจะขอ คอป. ช่วยเหลือให้แกนนำ นปช. ที่ติดอยู่ในเรือนจำได้รับประกันตัวออกมา
6.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศนัดรวมตัวเพื่อยื่นหนังสือให้รัฐบาลทบทวนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 817 บาท โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวเวลา 15.00 น. ก่อนกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวต่อไป
7.นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัท ทีโอที แถลงการขายซองประมูลโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของทีโอที มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท ที่สำนักงานใหญ่ทีโอทีแจ้งวัฒนะ
8.กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง จัดพิธีมอบรางวัล
“รัษฎากรพิพัฒน์” ให้แก่ผู้เสียภาษีที่มีการเสียภาษีในระดับที่ดีและมีคุณภาพ เป็นตัวอย่างกับสาธารณชน โดยมีนายอภิสิทธิ์เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เวลา 12.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล9.ช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนมอบรางวัลผู้เสียภาษีดีเด่น ต้องเกาะติดการเดินทางมาของ Mr.jin Liqun ประธานกรรมการกำกับบรรษัทการลงทุนแห่งประเทศจีน เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ณ ห้องสีม่วงตึกไทยคู่ฟ้า คงหนีไม่พ้นแผนการลงทุนขนาดใหญ่กับประเทศจีน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็งสูงหลายแสนล้านบาท
10.ขณะที่ปัญหาสภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารตื่นตัวให้ความสำคัญ เวลา 09.15 น. นายกฯ เป็นองค์ปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุมวิชาการและประกาศเจตนารมณ์
“จับมือร่วมใจ รับภัยโลกร้อน” จัดโดยสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ต้องติดตามวิสัยทัศน์ผู้นำต่อการรับมือภัยโลกร้อน11.การผลพวงพ้นเคราะห์คดียุบพรรค ทำให้รัฐบาลประชาธิปัตย์เดินหน้าบริหารประเทศต่อไป พร้อมกับการแพลมวันเวลายุบสภาปีหน้า และแคมเปญเอาใจประชาชนก่อนเลือกตั้งทำให้สื่อต่างประเทศจับจ้องทิศทางประเทศไทยจากนี้ ว่าแล้วเวลา 15.00 น. นัดหมายที่ทำเนียบรัฐบาล Mr.Shawn W.Crispin บรรณาธิการข่าว (South East Asia Editor) สำนักข่าว Asia Times Online สัมภาษณ์นายกฯ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ต้องติดตามว่านายกฯ จะแย้มพรายการบริหารบ้านเมืองก่อนคืนอำนาจประชาชนอย่างไรบ้าง







