
ป.ป.ท.พบทุจริตงบภัยพิบัติในร้อยเอ็ด-สกลนครกว่า100โครงการ
ป.ป.ท.เตรียมเสนอรายงานทุจริตงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในจ.ร้อยเอ็ด-สกลนคร ต่อนายกฯ พบกว่า 100 โครงการส่อพิรุธ
ป.ป.ท.เตรียมเสนอรายงานทุจริตงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในจ.ร้อยเอ็ด-สกลนคร ต่อนายกฯ พบกว่า 100 โครงการส่อพิรุธ
นายอำพล วงศ์ศิริ รักษาการเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธ.ค.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและสกลนคร เพื่อทำรายงานเสนอต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพื้นที่ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด รวม 45 โครงการ สุ่มตรวจ 20 โครงการ พบความผิดปกติทั้ง 20 โครงการ โดยเป็นการเบิกงบประมาณซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อป.ป.ท.เห็นว่ามีการแย่งผลงานที่มีภาพถ่ายแนบเสนอโครงการจุดเดียวกัน มีการเบิกจ่ายงบฯในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จึงให้เจ้าหน้าที่เทศบาล อำเภอ และประชาชน นำชี้จุดที่ซ่อมแซมเพื่อยืนยันว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของงาน โดยชาวบ้านและเทศบาลยืนยันตรงกันว่าซ่อมแซมโดยใช้งบฯของท้องถิ่น รองนายกฯเทศบาลตำบลเป็นผู้คุมงานซ่อมแซมด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ในระหว่างนำชี้เจ้าหน้าที่จากอำเภอได้โทรศัพท์เข้ามาต่อว่าเจ้าหน้าที่ของเทศบาลด้วย เเละจากการตรวจสอบของป.ป.ท.พบว่า โครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติของอำเภอทำโดยไม่มีการตรวจสอบ คล้ายกับทำโครงการบนหน้ากระดาษและตั้งงบประมาณสูงกว่าท้องถิ่น เช่น โครงการซ่อมบำรุงจุดเดียวกันท้องถิ่นใช้งบ 17,900 บาท ขณะที่อำเภอตั้งงบถึงกว่า 200,000 บาท
ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบการใช้จ่ายงบฯภัยพิบัติในจังหวัดสกลนครว่า มีการใช้จ่ายงบภัยพิบัติในพื้นที่ 18 อำเภอ จำนวนกว่า 900 โครงการ แต่ป.ป.ท.เข้าสุ่มตรวจประมาณ 150 โครงการ พบพิรุธส่อถึงความไม่โปร่งใสกว่า 100 โครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นการเกิดภัยพิบัติอีกพื้นที่หนึ่งแต่จัดงบประมาณลงไปซ่อมบำรุงในอีกพื้นที่หนึ่ง การประเมินความเสียหายสูงเกินความเป็นจริง และการซ่อมแซมไม่ตรงตามสัญญาจ้าง เช่น งานซ่อมแซมถนนมีการระบุในสัญญาจ้างว่าใช้ดินลูกรังถมจำนวน 1,000 คิว แต่เมื่อตรวจสอบเปรียบเทียบแยกความเก่าใหม่ของดินลูกรังพบว่าผู้รับเหมาใช้ดินลูกรังในการซ่อมแซมไม่ถึง 100 คิว
นอกจากนี้ป.ป.ท.ยังพบว่าการทำสัญญาส่วนใหญ่มีความหละหลวม เจ้าหน้าที่ระดับล่างซึ่งต้องเป็นผู้ลงนามในสัญญาอยู่ในภาวะจำยอม ไม่ทำก็ไม่ได้ ดังนั้นป.ป.ท.จะตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก หากพบความผิดชัดเจนเกี่ยวพันไปถึงบุคคลใดจะส่งสำนวนให้ป.ป.ช.รับไปดำเนินการ โดยหลังจากนี้จะกระจายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบภัยพิบัติให้ครอบคลุมทั่วประเทศ







