posttoday
อาฟเตอร์ช็อก...หลังคดียุบปชป.กับความเสี่ยงท้ายปี

อาฟเตอร์ช็อก...หลังคดียุบปชป.กับความเสี่ยงท้ายปี

10 ธันวาคม 2553

ปิดฉากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง ของศาลรัฐธรรมนูญ

ปิดฉากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง ของศาลรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ปิดฉากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง ของศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอโพลีน 258 ล้านบาท ด้วยประเด็นข้อกฎหมายตามแนวทางคำวินิจฉัยคดีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท

 

อาฟเตอร์ช็อก...หลังคดียุบปชป.กับความเสี่ยงท้ายปี

ทว่า สถานการณ์การเมืองใช่ว่าจะคลี่คลายพ้นความ “ปั่นป่วน” หลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ “อาฟเตอร์ช็อก” พร้อมจะคุกรุ่นทุกเมื่อ ด้วยการ “ปลุกปั่น” ซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤตการเมือง

ตอกย้ำกระบวนการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ที่พยายามโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ กระทบชิ่งไปถึงกระบวนการยุติธรรม ภายใต้วาทกรรมที่บิดเบือนเรื่อง “สองมาตรฐาน” ซึ่งทำอย่างเป็นกระบวนการก่อนหน้านี้

เมื่อสถานการณ์สุกงอม “ต้องตีเหล็กตอนร้อน” วันหยุดยาวช่วงสุดสัปดาห์นี้จึงเป็นอีกห้วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ จะหยิบผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาเป็นชนวนปลุกปั่นแสดงอาการต่อต้าน

ประจวบเหมาะกับสองเหตุการณ์ใหญ่ที่ต้องจับตามอง

เรื่องแรก การจัดงานชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันศุกร์นี้ที่ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค. อีกเรื่องคือ การเลือกตั้งซ่อม 5 เขต ในวันอาทิตย์ที่ 12 ธ.ค แทน สส.ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพ เนื่องจากถือครองหุ้นต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

เป็นสองปัจจัยอันตราย “ทิ้งทวน” ก่อนสิ้นปี 2553 ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่วัน

ทั้งที่ เดือน ธ.ค. เป็นเดือนมหามงคลแห่งความสุขของคนไทย โดยเฉพาะวันที่ 5 ธ.ค. ที่ทำให้คนไทยมีความสุขทั้งประเทศผ่านผลโพลต่างๆ ที่ดัชนีแห่งความสุขพุ่งปรี๊ด แต่ห้วงเดียวกันคนเสื้อแดงก๊วนต่างๆ มีกิจกรรมถี่ยิบเป็นพิเศษเคลื่อนไหวท้าทายกลุ่มพลังอำนาจต่างๆ ในประเทศ

ตั้งแต่การจัดกิจกรรม การสัมมนา การชุมนุม การเดินสาย โดยเฉพาะวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค. ที่มีทั้งการสัมมนา พิเศษสุดคือ การชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงเย็นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

หัวข้อการสัมมนา เช่น “สถาบันกษัตริย์–รัฐธรรมนูญ–ประชาธิปไตย” โดยนักวิชาการสายสีแดง อย่าง สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ณัฐพล ใจจริง วรเจตน์ ภาคีรัตน์ มาร่วมเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ และกลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน จะจัดกิจกรรมเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ครบรอบ 8 เดือน เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว

รวมทั้งร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิมนุษยชนโดยการปล่อยตัวแกนนำ นปช. และยกเลิกการ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตามมาด้วยการเดินสายของเสื้อแดงระหว่าง วันที่ 1012 ธ.ค. คิวแรกกลุ่มแดงซ้าย “24 มิถุนาประชาธิปไตย” ระดมพลคาราวานรถยนต์ออกสตาร์ตหน้าอิมพีเรียลลาดพร้าวมุ่งสู่ จ.กาญจนบุรี เพื่อสักการะ พระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำของคณะราษฎรที่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475

พร้อม “แถลงจุดยืนทวงคืนรัฐธรรมนูญ 2540” สลับการปราศรัยโดยแกนนำพรรคเพื่อไทย จตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย พล.ท.มะ โพธิ์งาม พล.ต.ศรชัย มนตริวัต สส.กาญจนบุรี สุนัย จุลพงศธร สุชาติ ลายน้ำเงิน ฯลฯ

อีกด้านหนึ่ง แกนนำเสื้อแดงบางส่วนจะจัดคาราวานเดินทางผ่านเส้นทางสีแดง ราชประสงค์หนองคาย 1,700 กม. เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจคนเสื้อแดงหลายหมื่นคน ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุม

แน่นอนว่ากิจกรรมเสื้อแดงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ย่อมคึกคักเป็นพิเศษจากแรงส่งด้วยผลพวงคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตอกย้ำประเด็น “สองมาตรฐาน” ในสายตาคนเสื้อแดง

อีกชนวนร้อน คือ การเลือกตั้งซ่อมวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ที่คาดว่าจะ “ดุเดือด” ใน 2 เขต คือ “สุรินทร์” และ “นครราชสีมา” ซึ่งถือเป็นศึกศักดิ์ศรีหรือสงครามตัวแทนระหว่าง “ทักษิณ” กับ “เนวิน” เพื่อวัดกระแสในพื้นที่อีสาน

สองเก้าอี้นี้ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ทั้งสองพรรคจึงต้องช่วงชิงเก้าอี้ตัวนี้ให้ได้

งานนี้สายข่าวประเมินว่า เดิมทีพรรคเพื่อไทยเป็นต่อ แต่จากการลงพื้นที่ปราศรัยในช่วงที่ผ่านมา เสียงตอบรับพรรคเพื่อไทยไม่แน่นหนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะใน จ.นครราชสีมา ที่เจอคู่แข่งสำคัญจากพรรคภูมิใจไทย อย่าง บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย

ท่ามกลางการจับตา “อำนาจรัฐ” ที่ทุ่มลงพื้นที่อย่างหนัก จนเริ่มมีผู้นำไปร้องเรียนว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ยิ่งผู้สมัครจาก “เพื่อไทย” ที่ยังต้องหวังพึ่งคะแนนเสียงจาก ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ในสายเพื่อแผ่นดิน ซึ่งไม่ชัดเจนว่าจะเทคะแนนตามสัญญาใจหรือไม่ สนามนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเพื่อไทย

ขณะที่ จ.สุรินทร์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่มาจากสาย “เพื่อแผ่นดิน” ฝั่ง เกษม รุ่งธนเกียรติ ที่เตรียมตบเท้าเข้าชายคา “เพื่อไทย” ยังเป็นปัญหาภายในขบเหลี่ยมกันเอง เขตนี้เพื่อไทยจึงยังต้องลุ้นกันเหนื่อย

ส่วนอีก 2 เขต ทั้ง กทม. และขอนแก่น ค่อนข้างแบเบอร์แล้วว่า ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ต่างแบ่งกันไปคนละเก้าอี้

ช่วงเวลาตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงปลายปี จึงเป็นห้วงสำคัญและเปราะบางอย่างมากกับสถานการณ์การเมือง ที่ภาครัฐต้องทุ่มเทสรรพกำลังไป เฝ้าระวังป้องกันการปลุกระดมที่จะกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง

การเดินหน้าสานต่อกระแสเสื้อแดงระลอกใหม่ภายใต้การปรับขบวน “ยกเครื่องใหม่” พร้อมวางคิวกิจกรรมยาวถึงสิ้นปี ยังไม่รวมถึงกลุ่มป่วนที่ฝ่ายความมั่นคงติดตามอย่างใกล้ชิด และความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เริ่มปรากฏอีกครั้ง

สะท้อนให้เห็นว่ายังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจลุกลามนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นได้นับจากนี้เป็นต้นไป

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ