posttoday
คณินอัดศาลรธน.วินิจฉัยตัดตอนคดียุบปชป

คณินอัดศาลรธน.วินิจฉัยตัดตอนคดียุบปชป

10 ธันวาคม 2553

เสวนามูลนิธิ111คณิน อัดตุลาการศาลรธน. วินิจฉัย ตัดตอนคดียุบปชป. โวยรบ.จับผู้ชุมนุมขังเกิน6เดือนแล้ว ชี้องค์กรอิสระอื่นๆยังสามารถร้องยุบปชป.ได้อีก หวังเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลจะยุบองค์กรอิสระให้หมด อชิรวิทย์  อึดอัด ตำรวจตกอยู่ภายใต้อำนาจฝ่ายกรเมือง

เสวนามูลนิธิ111คณิน อัดตุลาการศาลรธน. วินิจฉัย ตัดตอนคดียุบปชป. โวยรบ.จับผู้ชุมนุมขังเกิน6เดือนแล้ว ชี้องค์กรอิสระอื่นๆยังสามารถร้องยุบปชป.ได้อีก หวังเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลจะยุบองค์กรอิสระให้หมด อชิรวิทย์  อึดอัด ตำรวจตกอยู่ภายใต้อำนาจฝ่ายกรเมือง

เวลา 10.30 น. ที่มูลนิธิ111 ได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ ต้มยำการเมือง การเมืองที่ยุคประชาธิปไตยถอยหลังลงคลอง นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสสร. ปี 40 กล่าวในหัวข้อ 79 ปี รัฐธรรมนูญไทย ว่า ใครก็ตามที่คิดให้มีการปกครองแบบไทยๆ คือ การใช้อำนาจตุลาการฯเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ควรแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยระบบรัฐสภาจะตรงจุดที่สุด ฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญของเราเป็นการแก้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญปี 2475 ที่ไม่มีเรื่ององค์กรอิสระ มากั้นกลางระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับปวงชนชาวไทย เป็นแบบอย่างที่ดีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในวันที่ 10ธ.ค.53 ถือเป็นวันหัวเลี้ยงหัวต่อของประชาธิปไตย เพราะการรัฐประหารที่ผ่านมายังไม่เสด็จน้ำ เนื่องจากยังมีการให้ตุลาการเข้ามาแทรกแซงการเมือง รวมถึงการยุบพรรคการเมืองที่ถึงแม้ว่าทำผิดคนเดียวกลับยุบทั้งพรรค ทั้งนีพรรคการเมืองเก่าแก่ที่มีความผิดชัดเจนกลับไม่ถูกยุบ จึงเป็นครั้งแรกที่เห็นกระบวนการวินิจฉัยของตุลาการตัดตอน ทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะรับรู้ข้อเท็จจริงของคดีที่เกิดขึ้น ในการวินิจฉัยยกคำร้อง คดีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาทนั้น โดยชี้ว่าคำร้องยุบพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เกินกำหนด 15 วัน และคดีเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาทก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นการสรุปเอาง่ายๆให้ยกคำร้องเป็นการตัดสินที่เจ็บปวดที่สุด เพราะประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ว่าคดีที่เกิดขึ้นมีความฉ่อฉลหรือไม่  สุดท้ายแล้วกกต.อาจทำงานบกพร่อง แต่กลับเป็นประชาชนที่เสียหายเพราะไม่รู้ว่าคดีนี้ผิดหรือไม่ ทั้งนี้เรื่องนี้จะต้องชัดเจน

คณินอัดศาลรธน.วินิจฉัยตัดตอนคดียุบปชป ภาพประกอบข่าว

ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถทำได้โดยปราศจากอาวุธ แต่รัฐบาลดำเนินการจับผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธแล้วไปคุมขังเกินกว่า 6 เดือนแล้ว ต้องถามย้อนว่ารัฐบาลมีอำนาจอะไรไปจับคนเหล่านี้มาขัง อย่างไรก็ตามประชาชนเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาและจะต้องแสดงออกโดยสันติวิธี ทางสัญลักษณ์ให้เห็นว่าเรารู้ทัน

ส่วนจะทำอย่างไรเพื่อให้เข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระนั้น ยืนยันว่า ไม่ต้องไปกังวลเพราะอาวุธของประชาธิปไตยมีอย่างเดียว คือการเลือกตั้ง จะช้าหรือเร็วต้องมี เราควรมุ่งหน้าให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลแล้วเราจะกลับเข้ามาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะยกเลิกองกรค์อิสระทั้งหมด และยกเลิกมาตรา 309 ด้วย นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวไม่ว่าจะทั้งใต้ดินหรือบนดินนั้น เราควรจะต้องใช้สติปัญญา ใช้มวลชนมากกว่า

นอกจากนี้ ยังเกิดคำถามขึ้นว่าจะมีช่องทางที่กกต.จะยื่นเรื่องฟ้องดคียุบพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวยืนยันว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นคำวินิจฉัยที่เรารับไม่ได้ ซึ่งเราต้องรู้ทันว่าการพิจารณาคดีจะต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนเช่น การพิจารณาในข้อกล่าวหา การไต่สวน จนสุดท้ายคือการวินิจฉัย แต่ที่ผ่านมาไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้ ซึ่งประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะสงสัยว่าคำวินิจฉัยนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด และเมื่อยังไม่สิ้นสุดก็ยังไม่ผูกพันทุกกับองค์กรอิสระอื่น จึงยืนยันว่าองค์กรอิสระอื่นนั้นสามารถฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ได้แน่นอน 

ด้าน พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสวนาในหัวข้อ "วิกฤติอำนาจ กับวงการตำรวจไทย"ว่า ใครกุมอำนาจรัฐ คนนั้นกุมตำรวจ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติตำรวจ ปี 2547 ได้มีการโยกย้ายถ่ายโอนอำนาจการควบคุมองค์กรตำรวจจากกระทรวงมหาดไทย มาขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในกรรมการ นโยบายตำรวจแห่งชาติ กตช. ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดนโยบายและแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังเป็นประธานในคณะกรรมการข้าราชการตำรวจด้วย ซึ่งทำให้เกิดการเกรงใจจนทำให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงองค์กรตำรวจ

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวผู้บังคับบัญชาจะต้องปราศจากความกลัวจากการพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้การที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องปฎิบัติตามคำสั่งของนายก ฯอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเกรงกลัวอำนาจตามมาตรา 11 ที่จะสามารถขอตัวเจ้าหน้าที่มาช่วยราชการในสำนักนายกรัฐมนตรีได้

นอกจากนี้ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังระบุว่าองค์กรตำรวจขาดความั่นใจภายหลังที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาลถูกคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ชี้มูลความผิด เป็นเหตุให้ต้องออกจากราชการ ดังนั้นจึงมองว่าตำรวจถูกจำกัดขอบเขตอำนาจในการรักษาความสงบของบ้านเมือง และวิกฤติ 4-5 ปีที่ผ่านมาตำรวจตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท