
ธนาคารคนจน
ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำความฝันเป็นความจริงคือ การทำไมโครแบงก์ หรือธนาคารชุมชนให้เป็นรูปธรรม โดยใช้เครือข่ายของบริษัทไปรษณีย์ไทย ที่รู้จักทุกตรอกซอกซอยไปปล่อยกู้ให้ลูกค้ารายย่อยให้ถึงบ้าน
นอกจากนี้ การใช้วิธีการไมโครไฟแนนซ์ไปให้บริการลูกค้าถึงตัวเป็นการทำลายธุรกิจใต้ดินคือเงินกู้นอกระบบ ที่คิดดอกเบี้ยและทวงหนี้แบบหฤโหด
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ตั้งบริษัทลูก ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ตามโครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อยรองรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนกว่าสิบล้านคนที่ไม่สามารถกู้เงินผ่านระบบธนาคารได้ ทำให้ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ครม.อนุมัติไว้ว่า ธนาคารใหม่นี้จะเปิดให้วงเงินกู้ลูกค้ารายย่อยได้รายละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น และใช้ระบบค้ำประกันซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องเป็นข้าราชการ เป็นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ยากจนและมีรายได้น้อย
ธนาคารไปรษณีย์จะคิดดอกเบี้ยต่ำกว่ากฎหมาย คือ อัตราดอกเบี้ยและค่าบริการจะไม่เกิน 28% ต่อปี ขณะที่การกู้นอกระบบจะถูกเก็บดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน มีการทวงหนี้ที่เป็นธรรมและอยู่ในกรอบ โดยระยะแรกอาจจะต้องให้ธนาคารออมสินเป็นพี่เลี้ยงไปก่อน
แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่จะต้องสนับสนุน เพราะประชาชนได้ประโยชน์ เหมือนกรามีนแบงก์ของบังกลาเทศ ที่ให้โอกาสคนจนได้เข้าถึงแหล่งทุน มีเงินเริ่มต้นทำการค้าขาย และไม่น่าเชื่อว่ามีหนี้เสียน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม มีข้อดีก็มีข้อเสีย เพราะว่าธนาคารไปรษณีย์จะใช้เกณฑ์เดียวกับธนาคารอื่นๆ คือจะต้องมีการสำรองหนี้ ต้องระมัดระวังความเสี่ยงไม่ให้มีหนี้เสียมากจนทำให้ธนาคารล้ม ดังนั้นคณะกรรมการธนาคารจะต้องเป็นมืออาชีพและมีความรู้ด้านการบริหารธนาคารด้วย
การไม่ให้มีหนี้เสียก็จะต้องใช้คนในชุมชนควบคุมกันเอง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้บริษัทไปรษณีย์ไทย จัดตั้งธนาคารไปรษณีย์ เพื่อให้บริการการเงินกับประชาชน จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนระดับฐานราก ซึ่งขณะนี้มีจำนวนหลายสิบล้านคน ที่ไม่สามารถกู้ยืมเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ได้ เพื่อลดปัญหาการกู้ยืมเงินนอกระบบซึ่งพนักงานไปรษณีย์จะเป็นผู้นำส่งเอกสารและเก็บหนี้จะเป็นผู้ที่รู้จักลูกค้าอย่างดีด้วย ซึ่งจะไม่มีใครย้ายบ้านหนีหรือหนีหนี้ได้ง่ายๆ แต่อย่างใด
การให้คนจนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ เป็นหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลมองเห็นและพยายามทำอย่างต่อเนื่องมากหลายรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนทำให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งถือเป็นโชคดีของพรรคประชาธิปัตย์ที่สามารถทำคลอดธนาคารรายย่อยได้ก่อนรัฐบาลอื่นๆ อย่างไรก็ดี ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าธนาคารแห่งนี้จะทำงานได้สมกับที่รัฐบาลตั้งใจให้เกิดหรือไม่







