
อย่าคิดมาก
....สันทัด กรณี
เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 มาถึงวันนี้ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือใส่กันคนละดอกสองดอก
เพราะโดยข้อเท็จจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่มีการพิสูจน์ตรวจสอบให้ประจักษ์ ทำให้ทุกคนมีสิทธิโดยชอบที่จะพูดถึงเหตุการณ์นั้นในมุมที่อยากให้คนเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น หรือเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
ครับ...เรื่องราวทำนองนี้เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนาน และยังคงอยู่ตลอดไป
ลองดูประวัติศาสตร์ชาติไทย และเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาของบ้านเราดูสิครับ เราแทบหาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในแต่ละเหตุการณ์แทบไม่ได้
เพราะผู้มีอำนาจในแต่ละช่วงประวัติศาสตร์ คือผู้กำหนดให้ประชาชนว่าควรรู้และไม่ควรรู้ในเรื่องอะไร และถ้าควรรู้จะให้รับรู้ในลักษณะใด...
วันนี้ผมจึงไม่แปลกใจที่แกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามใช้ข้อเท็จจริงบางส่วนออกมาเคลื่อนไหว ชี้นำให้ประชาชนเชื่อในข้อมูลของคนเสื้อแดง
เนื่องจากการพูดซ้ำๆ คือการบันทึกข้อมูลใส่ลงไปในประวัติศาสตร์ พูดซ้ำๆ ไม่ว่าจริงหรือเท็จ เดี๋ยวคนก็จำไปเอง และคล้อยตามไปในที่สุด
ครับ...บ่นครับบ่น อย่าคิดมาก เดี๋ยวเป็นหมัน
ผู้อ่านท่านหนึ่งเมลมาชวนคุยเรื่องศาลอาญายกคำร้องที่ทางดีเอสไอขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง
เรียน คุณสันทัด กรณี
ตามศาลพิจารณายกคำร้องของอธิบดี DSI เรื่องคุณจตุพร ผมเห็นว่าข้อหาก่อการร้ายเป็นข้อหาร้ายแรง ถ้าข้อหาที่มีความร้ายแรงขนาดนี้ยังได้รับการประกันตัวอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าต่อไปกลุ่มคนเหล่านี้จะใช้กลยุทธ์นี้ โดยความร่วมมือของพรรคการเมืองที่หนุนหลังให้แกนนำได้เป็น สส.สัดส่วนทุกคน สุมหัวกันก่อการร้ายจนกว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะเมื่อทำความผิดก็ไม่ต้องติดคุกทันที น่าคิดไหมครับ
จึงอยากเรียนถามคุณสันทัดให้ช่วย COMMENT ด้วย
จาก...คนอายุ 60
อะแฮ่ม...ให้ผมคอมเมนต์คำพิพากษาศาลสถิตยุติธรรม โอ้ย มิกล้าหรอกครับ คุกสถานเดียว
ขอให้มั่นใจเถอะครับ กรณีนี้ศาลอาญาท่านพิจารณาทุกประการโดยรอบด้าน ยุติธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมแล้วละครับ
ประการสำคัญ ต้องอย่าลืมว่า คุณจตุพรเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาโดยกฎหมายพิเศษ การที่แกอยู่ข้างนอก ไปพูด ได้แสดงออก เป็นการลดอุณหภูมิทางการเมืองไม่ให้ระเบิดตูมตามออกมา ถ้าคุณจตุพรไปกระทำผิดกฎหมายใดๆ เพิ่มขึ้นอีก ก็ว่าไปตามวาระเป็นกรณีๆ ไป หากมีหลักฐานคงไม่รอดมังครับ
ครับ...ถ้าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนำผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายมาลงสมัคร สส.ในระบบสัดส่วนถือว่าเป็นสิทธิ เพราะผู้ต้องหากฎหมายถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์
ปัญหาอยู่ตรงนี้มากกว่า คือ ถ้าประชาชนพากันลงคะแนนให้พรรคการเมืองนั้นจนได้ชัยชนะ ย่อมแสดงว่าคนส่วนใหญ่ปฏิเสธกลุ่มคนที่ถืออำนาจรัฐในปัจจุบัน...ก็แค่นั้น...
ประชาธิปไตยดีออก...ถ้ามันจบอย่างนั้น!







