
ซีพีเท1.5แสนล.ผุดเมืองใหม่ในจีน
กลุ่มซีพี ขยายลงทุนลงหัวเมืองรองในจีน วางเป้าผุดซูเปอร์คอมเพล็กซ์ 5 ปี ลงทุน 1.5 แสนล้านบาท พร้อมยกระดับธุรกิจบริการในเมืองหลัก
กลุ่มซีพี ขยายลงทุนลงหัวเมืองรองในจีน วางเป้าผุดซูเปอร์คอมเพล็กซ์ 5 ปี ลงทุน 1.5 แสนล้านบาท พร้อมยกระดับธุรกิจบริการในเมืองหลัก
นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า การลงทุนในจีนของกลุ่มซีพีจะขยายไปในเมืองระดับรองมากขึ้น เพราะเป็นเมืองที่มีการเติบโตสูงจากการสนับสนุนของรัฐบาล ทำให้บางเมืองโตถึง 20% ซึ่งมีโอกาสในการลงทุนอีกมาก อย่างเช่นเมืองลั่วหยาง ที่กลุ่มซีพีได้ไปร่วมกับรัฐบาลเมืองลั่วหยางพัฒนาโครงการ Zhengda International City Plaza Civic Center (Luoyang) เป็นซูเปอร์คอมเพล็กซ์
โครงการดังกล่าวมีขนาดใหญ่ถึง 9 แสนตารางเมตร บนเนื้อที่ 115 ไร่ ใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี เงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท จะเป็นเมืองใหม่ของเมืองลั่วหยาง ที่มีอาคารสูง 60 ชั้น 2 อาคาร และ 40 ชั้น 2 อาคาร มีศูนย์ราชการ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และศูนย์การค้าซูเปอร์แบรนด์มอลล์ ของกลุ่มซีพี ที่พัฒนาโครงการโดยบริษัท เซี่ยงไฮ้ คิงฮอลล์
“ใน 35 ปี กลุ่มซีพี โดยเจียไต๋ แลนด์ จะพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกับที่เมืองลั่วหยางตามมณฑลต่างๆ อีกปีละ 12 แห่ง โดยจะต้องใช้งบลงทุนใน 5 ปี ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท โดยมีเมืองที่บริษัทให้ความสนใจ เช่น หางโจว ซานตก เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เสิ่นหยาง เป็นต้น” นายธนากร กล่าว
สำหรับในเมืองตามแนวชายทะเลของจีน ซึ่งเป็นเมืองที่มีการพัฒนาแล้ว ธุรกิจของซีพีจะเน้นไปในภาคบริการ การพัฒนาคุณภาพสินค้า และต่อยอดให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น จะอัพเกรดห้างโลตัสทั้ง 70 สาขาใหม่ จากที่เคยขายสินค้าราคาถูก ก็จะปรับปรุงตัวห้างใหม่ และนำสินค้าที่มีแบรนด์มีคุณภาพดีขึ้นมาขาย ส่วนด้านการเกษตรจะเน้นการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเกษตรแบบใหม่ รวมถึงการผลิตอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าในปีจะโต 8.9% ส่วนปีหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 8.5% โดยที่รัฐบาลกลางพยายามจะลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการต่างๆ มาใช้ รวมถึงการเลือกธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุน เช่น ธุรกิจไฮเทคโนโลยี ธุรกิจบริการต่างๆ และธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มซีพี ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากทุกธุรกิจในจีนประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการเติบโตประมาณ 1015% เป็นอย่างน้อย ทั้งในแง่รายได้ และการลงทุน
ด้านนายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เขตประเทศเวียดนาม เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การลงทุนในเวียดนามเวลานี้ คงต้องรอจังหวะที่ค่าเงินด่องมีเสถียรภาพมากกว่านี้ ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ ส่วนการลงทุนของกลุ่มซีพีในปีหน้าจะใช้งบอีก 150-200 เหรียญสหรัฐ สร้างโรงงานแปรรูป และโรงงานผลิตอาหารเพิ่ม โดยปีนี้จะมีรายได้ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเพิ่มเป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน 5 ปี
นายจรูญพันธ์ เจนศาสตรา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสนับสนุนธุรกิจอาหารสัตว์น้ำต่างประเทศ (อินเดีย) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ในปี 2554 มีแผนจะสร้างโรงงานผลิตอาหารปลาอีก 3 แห่ง ด้วยเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท ที่เมืองเจยาวาดา ขณะที่ยอดขายในปีนี้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ในปีหน้า







