
“ท้องถิ่นจังหวัดต้องทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะ”
...สุรชัย พิรักษา
กว่าที่จะก้าวมานั่งเป็น “ท้องถิ่นจังหวัด” ได้อย่างสง่าผาเผยได้อย่างทุกวันนี้ วีระชัย ประยูรเมธา คลุกคลีอยู่กับระบบงานราชการมานานพอตัว ตำแหน่งสำคัญๆ ที่เคยผ่านมาแล้ว เช่น ปลัดอำเภอ ผู้ช่วยจ่าจังหวัด ท้องถิ่นอำเภอ ผู้ช่วยท้องถิ่นจังหวัด และรักษาราชการแทนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์
วีระชัย บอกว่า หลังรับดำรงตำแหน่งท้องถิ่นได้วางแนวทางการทำงานในการแก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานสังกัด อปท.ในจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง 209 แห่ง ประกอบด้วย อบต. 155 แห่ง เทศบาล 53 แห่ง และ อบจ. 1 แห่ง โดยจะนำยึดหลักในการทำงานก็ไม่มีอะไรซับซ้อน การวางตัวเป็นกลางสำคัญที่สุดในการบริหารงานท้องถิ่น และต้องประพฤติตนให้เหมาะสมเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
สิ่งที่วีระชัย ยึดคติปฎิบัติงานไว้ 3 หลักใหญ่ด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล คือ ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส พร้อมให้มีการตรวจสอบเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้แก่ตนเองและผู้อื่นได้มีส่วนร่วมในการทำงาน มีความเป็นกลางและยุติธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ด้วยความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ 2.มุ่งเน้นบริการให้คำปรึกษา คือ มีความรอบรู้ในงานที่ตนเองรับผิดชอบ มีบุคลิกภาพการแต่งกายและมีความประพฤติดี เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้ และจะต้องใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือผู้อื่น
และ 3.ต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องกล่าวคือ รู้รักสามัคคี มีความรับผิดชอบ กระตือรือร้นจริงจังจริงใจและทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลงาน และยินดีที่จะแบ่งปันความรู้และทักษะให้กับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนโยบายหลักที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด
โดยเฉพาะการครองใจข้าราชการเพื่อให้มีความรู้รักสามัคคีกันให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น ผมเองได้นำเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งมาเป็นค่าสวัสดิการให้กับข้าราชการและพนักงาน เงินจำนวนนี้อาจจะมีมูลค่าไม่มาก แต่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นการช่วยเหลือแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อยในระดับหนึ่ง โดยจัดทำโครงการอาหารกลางวันเพื่อให้ข้าราชการในสำนักงานทั้งกว่า 30 คน ได้รับประทานร่วมกัน หาข้าวมาหุงและหากับข้าวต่างๆ มากินกันเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับข้าราชการ และเป็นการสร้างความสามัคคีกันในหมู่คณะด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีสวัสดิการในด้านอื่นๆ ทั้งการเจ็บไข้ได้ป่วย การคลอดบุตร และในด้านต่างๆ ด้วย
วีระชัย ยังบอกอีกว่า ท้องถิ่นจังหวัด มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) มีความเข้มแข็ง เราเป็นหน่วยงานทางด้านธุรการ นำเสนอเรื่องกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่นเขาเป็นอิสระอยู่แล้ว เพียงแต่ว่างานบางอย่างโดยเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคล เขามีคณะกรรมการเราก็ต้องเสนอเข้าไปปัจจุบันท้องถิ่น เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น มีความตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ อีกทั้งหน่วยหรือองค์กรเข้ามาตรวจสอบเยอะ เช่น ฝ่ายค้าน ฝ้ายแค้น และ ประชาชน สตง. ปปช. หรือหน่วยงานอื่นๆ ทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอก็มีคนตรวจสอบเยอะ เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้องจึงค่อนข้างยาก ถึงจะมีแต่ก็น้อย
จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับงานด้านท้องถิ่นมานาน ได้รับรู้และเห็นปัญหาข้อบกพร่องของท้องถิ่นพอสมควร และจากการตื่นตัวขององค์กรปกครองท้องถิ่นเอง บางแห่งยอมรับมีการแข่งขันสูง แต่เมื่อการแข่งขันจบสิ้น ก็ร่วมมือกันทำงานพัฒนาบ้านเมือง แม้จะมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเข้ามาบ้าง แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีเสมอมา
ปัญหาในพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ราคาพืชผลจะไม่แน่นอนจะเป็นปัญหาต่อเนื่องตลอดทุกๆ ปี และปัญหาขาดน้ำ เรื่องภัยแล้ง ในฐานะที่เป็นองค์กรท้องถิ่นเราก็ได้ชี้แนะให้หน่วยงานปกครองท้องถิ่นช่วยดูแล ในเรื่องของงบประมาณในการช่วยเหลือ
“ซึ่ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และ ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องของชาวบ้าน ให้ทุกองค์กรท้องถิ่นมีการส่งเสริมอาชีพในชุมชน ได้มีงานทำภายในชุมชน หมู่บ้าน เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เพราะว่าการศึกษาน่าจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ สำหรับแนวทางก็คือ เน้นศูนย์เด็กเล็ก เอาเด็กที่ด้อยโอกาสในพื้นที่มาให้ความสำคัญสนับสนุนเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารกลางวัน นมโรงเรียน วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ที่ศูนย์ให้มันดีเหมาะสมกับเด็ก ท่านต้องการให้มีศูนย์เด็กเล็กทุกท้องถิ่น และจะเร่งพัฒนายกฐานะศูนย์เด็กเล็ก เป็นศูนย์สามวัย ตามนโยบายของอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ”นายวีระชัย และว่า“อย่างไรก็ดี ตนอยากจะฝากไปถึงเพื่อนๆ ที่เป็นท้องถิ่นจังหวัดทั้งหลายว่า เราคงต้องทำงานกันให้หนักกว่าเก่า ต้องพยายามทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตระหนักอยู่แล้ว เพียงแต่คอยย้ำเตือนส่วนน้อยให้อยู่ในแถว” นายวีระชัย กล่าว







