
นโยบายที่ประชาชนต้องการ
....วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
ในวันที่ 2 และ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการด้านแผนและด้านงบประมาณ (คณะที่ 1) ที่ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัด 5 กลุ่มจังหวัด จำนวน 21 จังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของรองนายกรัฐมนตรี (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ในเขตตรวจราชการดังกล่าว พบว่ามีหลักการสำคัญคือการนำนโยบายของรัฐบาลและแผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคที่มุ่งเน้นการทำงานแบบเครือข่ายร่วมกันทุกภาคส่วนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ คือการให้ความสำคัญกับเวทีประชาคม โดยการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เพื่อพิจารณาปัญหาความต้องการของประชาชน ที่สำคัญคือการนำข้อมูลตามแผนชุมชนมาประกอบทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดโดยคำนึงถึงคุณภาพของแผนที่เชื่อมโยงตั้งแต่วิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด กลยุทธ์ จนถึงแผนงาน พูดง่ายๆ เป็นแผนงานโครงการที่นำความเจริญมาในพื้นที่
ลักษณะโครงการของจังหวัดที่นำมาจัดทำของบประมาณของจังหวัด พบว่าเป็นโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เป็นโครงการในเชิงบูรณาการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นต้น
ผู้เขียนได้ข้อสังเกตที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการจัดทำนโยบายเพื่อประชาชนดังนี้
1.เป็นนโยบายที่ลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ครัวเรือน เลิก ลด ละอบายมุขทั้งปวง น้อมนำแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง
2.เป็นนโยบายที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นการปลูกฝังค่านิยม การส่งเสริมการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบคอบและไม่ฉาบฉวย
3.เป็นนโยบายที่ส่งเสริมเชิงปริมาณและคุณภาพให้ประชาชนคนไทยทั้งปวงจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเข้าใจที่ถูกต้องและมีกิจกรรมที่แสดงออกในวิถีชีวิตของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
4.เป็นนโยบายที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันเนื่องจากโครงการที่ทำให้เกิดมลภาวะ หรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อม ทั้งกายภาพและจิตใจอย่างแท้จริง รวมถึงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมภายหลังประสบภัยธรรมชาติ ที่เน้นมากกว่าการเยียวยา หากแต่เน้นการวางผังเมืองที่เหมาะสม คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยที่โลกกำลังพบวิกฤตต่างๆ
5.เป็นนโยบายที่ทำให้ปัจจัย 4 ของความเป็นมนุษย์มีคุณภาพที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะการพูดถึง
“สุขภาวะที่ดี” เรื่องที่อยู่อาศัย อาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม ที่ลดความเหลื่อมล้ำไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน การแย่งชิงทรัพยากร และทำให้เกิดความยุติธรรมในการจัดสรรแบ่งปันที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย6.เป็นนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดี รวมถึงนโยบายที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข
ดังนั้น นโยบายที่ประชาชนต้องการควรได้รับการตระหนักจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้สภาพัฒน์กำลังจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่ยังคงเน้นคนเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนา และรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ส่งเสริมให้มีแนวคิด
“ประชาชนต้องมาก่อน” โดยใช้เวที “ประชาคม” โดยที่ภาครัฐและภาคเอกชน NGO และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรหันหน้าเข้าหากันจัดทำแผนพัฒนาประเทศที่มีชีวิตชีวา ถูกต้อง ถูกใจประชาชน และควรอย่างยิ่งที่ประชาชนต้องหัดเรียนรู้เวทีประชาชน วันนี้ท่านผู้อ่านเคยเข้าประชุมหรือร่วมวิพากษ์วิจารณ์ และเคยเสนออะไรบ้างในเวทีประชาคมเพื่อพัฒนาประเทศ คงเป็นคำถามที่ท้าทายความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองของประเทศนี้ หากคนไทยเรามีโอกาสแล้วแต่เพิกเฉย นโยบายดีๆ คงไม่เกิด นอกจากนี้ การติดตามประเมินผลนโยบายและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่ามีความสามารถในการสนองความต้องการได้ครบถ้วนมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องสำเหนียกให้เป็นหน้าที่ของพลเมืองคนไทยให้ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะตามมา ทั้งเรื่องของกระบวนการจัดการโดยภาครัฐ การถกแถลงเวทีประชาคม จะเป็นทางออกของประเทศไทยที่ควรลงทุนอย่างยิ่ง จักเป็นการปกครองประชาธิปไตยที่รับผิดชอบโดยประชาชน...รับผิดชอบของประชาชน และเป็นการรับผิดชอบเพื่อประชาชนที่สนับสนุนังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาปัญหาความต้องการขอ






