
ธนาคารไปรษณีย์พร้อมปล่อยกู้ต้นปีหน้า
ครม. ไฟเขียว เดินหน้าธนาคารไปรษณีย์เต็มสูบ เน้นรายย่อยไม่เกินหมื่นบาท เริ่มให้บริการ ก.พ. 2554
ครม. ไฟเขียว เดินหน้าธนาคารไปรษณีย์เต็มสูบ เน้นรายย่อยไม่เกินหมื่นบาท เริ่มให้บริการ ก.พ. 2554
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการจัดตั้งธนาคารไปรษณีย์เป็นบริษัทลูกของบริษัท ไปรษณีย์ไทย และเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่อยู่ในสังกัดกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยการดำเนินงานจะเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ จะเน้นปล่อยกู้รายย่อยแบบไม่มีหลักประกันสูงสุดต่อรายไม่เกิน 1 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ยรวมค่าบริการแล้วต้องอยู่ภายในกรอบกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคือไม่เกิน 28% ต่อปี
รมว.คลัง ตั้งเป้าว่าช่วงแรกจะเปิดให้บริการ 10 สาขาทั่วประเทศ โดยคัดเลือกจากจังหวัดที่มีประชากรยากจน และมีปัญหาเข้าถึงแหล่งทุนมากที่สุดก่อน ตั้งเป้าเปิดให้บริการสินเชื่อในเดือน ก.พ. 2554
เบื้องต้นธนาคารไปรษณีย์มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ส่วนเงินทุนหมุนเวียนจะกู้จากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงไอซีทีจะตั้งคณะกรรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาเรื่องการจดทะเบียนบริษัทให้เรียบร้อย พร้อมกับเปิดทางให้ธนาคารไปรษณีย์สามารถหาผู้ร่วมทุนเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริการทางการเงินแก่ประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ แต่จะต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่อง Micro finance
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ประเมินว่าธนาคารไปรษณีย์จะครอบคลุมลูกค้ารายย่อยประมาณ 418 ล้านคน จะเน้นสินเชื่อรายย่อยรายละไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยจากนี้ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะไปดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทลูก
“เปรียบเทียบจากการใช้บริการจากเอกชนกรณีใช้บัตรอิออน พบว่าลูกค้าประมาณ 70% จะใช้วงเงินไม่เกิน 8,000 บาท” นายจุติ กล่าว เปิดเผยว่า คาดว่าจะเริ่มปล่อยกู้ได้ประมาณเดือน ก.พ.2554 ล่าช้าไปกว่าเดิมที่คาดไว้ 1 เดือน โดยทุนหมุนเวียนที่จะใช้ปล่อยกู้ จะใช้ทุนของไปรษณีย์เองไปก่อน เพราะบริษัทมีทุนสะสมอยู่แล้วหลายพันล้านบาท แต่กรณีนี้จะใช้แค่หลักร้อยล้านบาท ส่วนต่อไป ถ้าจะขยายกิจการ ก็คงปกู้จากธนาคารออมสิน เพราะมีต้นทุนต่ำ
"การปล่อยกู้ ซึ่ง " นายจุติกล่าว
ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธปท. ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในเรื่องความเชี่ยวชาญและความรู้ความสามารถเรื่องการปล่อยสินเชื่อของธนาคารไปรณีย์ โดย รมว.คลังชี้แจงว่า จะเริ่มต้นการทำงานจากพื้นฐานที่เป็นศูนย์ และไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นผู้ชำนาญการแต่อย่างใด







