
เอกชนค้านรัฐบีบตรึงราคา3เดือน
เอกชนโวยมาตรการตรึงราคาสินค้าอีก 3 เดือน ร้องแนวโน้มต้นทุนสูง ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แนะตรึงเฉพาะบางรายการที่กระทบคน
เอกชนโวยมาตรการตรึงราคาสินค้าอีก 3 เดือน ร้องแนวโน้มต้นทุนสูง ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แนะตรึงเฉพาะบางรายการที่กระทบคน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า มาตรการตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 3 เดือนของรัฐบาล หลังหมดมาตรการตรึงราคาเดิมถึงสิ้นปีนี้ จำเป็นต้องดูความเหมาะสมด้วย เพราะหากควบคุมราคาไว้นานเกินไปผู้ประกอบการจะขาดทุน จึงควรพิจารณาเป็นรายสินค้า โดยควบคุมเฉพาะสินค้าที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
ขณะนี้แนวโน้มต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการมีทิศทางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ราคาพลังงาน ค่าแรง รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น
“ในระยะยาวแล้ว หากผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทั้งวัตถุดิบราคาแพง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ถ้าหากตรึงสินค้าไว้แล้วต้องรับภาระขาดทุนในที่สุดก็คงจะอยู่ไม่ได้ รัฐควรจะคำนึงถึงกลไกตลาด เพราะเชื่อว่าบางสินค้าเองก็ไม่ใช่จะปรับราคาได้ง่าย เนื่องจากการแข่งขันสูง แต่บางรายการต้นทุนเพิ่มมากอยู่ไม่ได้ ก็ต้องให้ขยับราคาบ้าง” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2554 หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ก็น่าจะขยายตัวได้ระดับ 45% แต่มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือการแข็งค่าของเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าเพิ่มขึ้น จึงต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทไทยผันผวนมาก และให้สอดรับกับภูมิภาค หากดูแลได้ก็คงจะไม่มีปัญหา ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นมาล่าสุด เอกชนเองไม่เห็นด้วยนัก แต่เมื่อระดับนโยบายตัดสินใจแล้วก็ต้องทำใจ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำธุรกิจเมื่อต้นทุนสินค้าสูงก็จำเป็นต้องมีการปรับราคา รัฐบาลจึงต้องพิจารณาให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน หากสินค้ารายการใดต้นทุนสูงมากจนแบกรับไม่ได้ ก็ควรต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
“รัฐบาลเองพยายามส่งเสริมให้การผลิตสินค้ามีนวัตกรรมใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้สินค้าใหม่ๆ เพราะต้องการให้คิดนอกกรอบ แต่พอสินค้านั้นแพง กลับบอกให้ตรึงราคา แบบนี้ก็คงต้องขอร้องว่าให้คิดใหม่ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากเอาเปรียบประชาชน” นายดุสิต กล่าว
ขณะเรื่องการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่คณะกรรมการค่าจ้างกลาง (คณะกรรมการไตรภาคี) จะพิจารณาในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ผลออกมาเป็นอย่างไร เอกชนก็คงต้องยอมรับและปฏิบัติตาม ส่วนกรอบการกำหนดคุณวุฒิวิชาชีพของภาคเอกชนน่าจะเสร็จภายใน 23 เดือน
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ต้นทุนผู้ประกอบการปรับขึ้นเฉลี่ย 510% และมาตรการตรึงราคาสินค้าก็ใช้มาเป็นปีแล้ว รัฐบาลจึงน่าจะมาพิจารณาโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้าอย่างละเอียด สินค้ารายการไหนจำเป็นต้องปรับขึ้นก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดบ้าง ไม่อย่างนั้นผู้ประกอบการก็จะอยู่ไม่ได้ อาจทำให้ต้องผลิตสินค้าน้อยลง หรือเลิกผลิต สุดท้ายราคาในตลาดก็จะยิ่งแพงขึ้น การใช้มาตรการนี้ต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่ให้ปัจจัยการเมืองมาเป็นตัวผลักดัน







