
ครม.สั่งมท.ศึกษาขึ้นเงินเดือน"อบต."
ครม.มีมติเห็นชอบระเบียบขึ้นค่าตอบแทนผู้บริหารอบต. โดยนายกฯสั่งมหาดไทยศึกษาเปรียบเทียบกับ สก.-สข.ก่อนเสนอที่ประชุมอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า
ครม.มีมติเห็นชอบระเบียบขึ้นค่าตอบแทนผู้บริหารอบต. โดยนายกฯสั่งมหาดไทยศึกษาเปรียบเทียบกับ สก.-สข.ก่อนเสนอที่ประชุมอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า
นายถาวร เสนเนียม รมช.กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีมติเห็นชอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทน ให้ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามที่กระทรวงเสนอ แต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ มท. ไปศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเพิ่มค่าตอบแทนดังกล่าวกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆที่ต้องการปรับขึ้นเงินค่าตอบแทบด้วย เช่นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.)สมาชิกสภาเขต(สข.) เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมครม.ในวันที่ 14 ธ.ค.
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯและในฐานะโฆษก มท. กล่าวว่า เรื่องการขึ้นค่าตอบแทนให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น หรือ อบต.นั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ปรารภภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยฝากให้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มท. ไปดูเรื่องหลักการเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งต้องยึดบุคลากรภาครัฐอื่นอย่างเหมาะสมด้วย พร้อมทำตารางเปรียบเทียบกันด้วยแล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมในสัปดาห์หน้าด้วย รวมทั้ง ยังชี้แจงว่า อบต.ไม่มีการขึ้นเงินเดือนมานานแล้ว ซึ่งเทียบกับเทศบาลแล้วห่างกันอยู่มาก
ทั้งนี้นายชวรัตน์ ได้ชี้แจงต่อ ครม.ในส่วนต่างของเงินเดือนของบุคลากรจากเทศบาลด้วย โดยการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ใช้งบฯของท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วได้ทันที
นายศุภชัย กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ ถือเป็นอำนาจของรมว.มท.ย ที่สามารถทำได้เลย และจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค.2554 และไม่อยากให้สื่อมองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรื่องนี้ถูกตีกลับ
มท.เสนอเลิกพ.ร.ก.3อำเภอชายแดนใต้
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอที่ประชุมครม.ยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)ใน3อำเภอ3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย 1.อ.เบตง จ.ยะลา 2.อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ3.อ.แว้ง จ.นราธิวาส เนื่องจากมีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นน้อยและให้ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักรบังคับใช้ในพื้นที่แทน แต่ทั้งนี้อำนาจการตัดสินใจให้ยกเลิกหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ
นายถาวร กล่าวว่า วันที่ 9 ธ.ค.จะลงพื้นที่เพื่อเปิดรับความฟังความความเห็นหลัง พ.ร.บ.ศอ.บต.ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาแล้ว และอยู่ระหว่างการประกาศใช้บังคับ จะหารือใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การเตรียมความความพร้อมขององค์กร 2.การยกร่างระเบียบ 3.การสร้างความเข้าใจ เพื่อรองรับกฏหมายดังกล่าว
"จะเปิดพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เช่น การหยุดงานวันศุกร์เพื่อให้ไปละหมาด การพัฒนาอาชีพ การแก้ปัญหายาเสพติด การใช้ภาษามาลายูควบคู่ไปกับภาษาไทย เพื่อนำไปสู่การลดอุณภูมิความแตกต่าง" นายถาวร กล่าว







