
ถลก‘ลดเหลื่อมล้ำ’เหวี่ยงแหซื้อใจคน
ถล่มมาตรการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่รัฐบาลจะประกาศใช้วันที่ 17 ธ.ค.นี้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าแก้ระบบ
ถล่มมาตรการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่รัฐบาลจะประกาศใช้วันที่ 17 ธ.ค.นี้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าแก้ระบบ
นายตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า มาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่รัฐบาลเตรียมประกาศในช่วงวันที่ 17 ธ.ค.นี้ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน ลดค่าครองชีพ ประชาชนนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพื่อผ่อนคลายปัญหาของประชาชนมากกว่ามุ่งแก้ทั้งระบบ
นักวิชาการผู้นี้เสนอว่า รัฐบาลควรสร้างโอกาสในการหารายได้ของประชาชน ด้วยการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบการศึกษา ระบบรักษาพยาบาลที่ดี รวมถึงสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต
นายตีรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลต้องการแก้ปัญหาผู้สูงอายุให้มีรายได้ ให้เงินบำเหน็จชราภาพเดือนละ 500 บาท ผ่านกองทุนเงินออมแห่งชาติ ขณะที่การช่วยเหลือคนยากจนเป็นเรื่องที่พิจารณายากว่าใครมีรายได้น้อยจริง จึงจำเป็นต้องเหวี่ยงแหประชาชนทุกกลุ่มให้ได้รับสิทธิ
ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ รัฐบาลจะประกาศนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม แยกเป็นการแก้ปัญหาหนี้สิน ทั้งหนี้ในและนอกระบบให้ครอบคลุมหนี้สินครัวเรือน ครู เกษตรกร นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นคงด้านรายได้ และลดภาระค่าครองชีพ โดยให้สินค้ามีการแข่งขันมากขึ้น เพื่อทำให้ราคาสินค้าลดลง รวมถึงการขยายระบบประกันสังคมไปยังกลุ่มอาชีพที่อยู่นอกระบบ เช่น ขับรถรับจ้าง ทำงานกลางคืน และอาชีพอิสระ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลกำลังออกมาตรการซื้อใจประชาชน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มาตรการช่วยค่าครองชีพประชาชนที่ถูกมองว่าเป็นการลด แลก แจก แถมก่อนการเลือกตั้งนั้น ขอให้พิจารณาด้วยความเป็นธรรม โครงการนี้รัฐบาลทำต่อเนื่องมานาน ตอนนี้คนมีรายได้น้อยยังลำบากอยู่ รัฐบาลควรจะอุ้มชูดูแลกันต่อไป เป็นความจริงใจของรัฐบาล อย่าได้แปลเป็นอย่างอื่น







