posttoday
พัทลุง-ปัตตานี-นราฯอ่วมน้ำท่วมระลอก3

พัทลุง-ปัตตานี-นราฯอ่วมน้ำท่วมระลอก3

03 ธันวาคม 2553

ใต้อ่วมฝนถล่มระลอก 3 พัทลุงเดือดร้อนกว่า 1 พันหลังคาเรือน อพยพชาวทะเลน้อยอยู่ที่สูง ขณะที่ปัตตานีจมบาดาล 500 หลังเรือน ส่วนนราฯ13 อำเภอรอบนอกยังไม่พ้นวิกฤต

ใต้อ่วมฝนถล่มระลอก 3 พัทลุงเดือดร้อนกว่า 1 พันหลังคาเรือน อพยพชาวทะเลน้อยอยู่ที่สูง ขณะที่ปัตตานีจมบาดาล 500 หลังเรือน ส่วนนราฯ13 อำเภอรอบนอกยังไม่พ้นวิกฤต

 

พัทลุง-ปัตตานี-นราฯอ่วมน้ำท่วมระลอก3

ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำไหลทะลักท่วมบ้านพลายทอง ต.พญาขันธ์ อ.เมือง จ.พัทลุง  ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะ น้ำท่วมระลอก 1 และ 2 ยังไม่ทันแห้ง ระลอก 3 ก็ไหลลงมาซ้ำเติมอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้าน 1,000 ครัวเรือน หรือกว่า 9,000 คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
                                               
นายสหัส สุวรรณรัตน์ กล่าวว่า ชาวบ้านพลายทอง ต.พญาขันธ์  เป็นหมู่บ้านกลางน้ำ ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบลำปำ  พื้นที่ดังกล่าวกลับพบว่าเป็นพื้นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะ    รองรับน้ำ วันนี้ครบ 1 เดือน พอดีกับเหตุการณ์อุทกภัยและวาตภัยพัดถล่ม   แต่ไม่มีทีท่าว่าฝนจะหยุดตกน้ำจะแห้ง    
 
 "ส่งผลให้ตนต้องคิดหาวิธีเพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้  โดยการก่ออิฐถือปูนประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมไปถึงห้องน้ำด้วย   สูงประมาณ 80 ซม. จนเป็นที่โจษขานของเพื่อนบ้าน เนื่องจากบริเวณบ้านจะล้อมรอบไปด้วยน้ำ แต่ภายในบ้านกลับนั่งกินข้าว ดูทีวีได้โดยไม่ต้องกังวล ซึ่งเป็นไอเดีย   ที่เจ๋งจนเป็นที่อิจฉาของเพื่อนบ้าน"นายสหัส กล่าว
 
ชาวทะเลน้อยอพยพนอนอาคารศิลปาชีพรอบ 2

 
ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่มและริมทะเลสาบสงขลาพื้นที่ อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ควนขนุน อ.ปากพะยูน และ อ.เมืองพัทลุง น้ำทะเลหนุนทำให้ชาวบ้านหัวป่าเขียว ม.7 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน กว่า 30 คน ต้องย้ายมานอนอาคารศูนย์ศิลปาชีพเป็นรอบที่สอง เมื่อระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.30 เมตร และมีลมพัดแรง
 
นายเพียร มาลีทอง ชาวบ้านหัวป่าเขียว กล่าวว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาได้มีคลื่นลมแรงและมีฝนตกลงมาอีกทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่แล้วได้เพิ่มระดับสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 1.30 เมตร ด้วยสภาพบ้านเรือนของชาวบ้านหมู่ 7 นั้นติดกับริมทะเลสาบทำได้เกิดน้ำทะเลหนุนเพิ่มอีก จึงไม่สามารถอาศัยหลับนอนได้ จนต้องย้ายสมาชิกในครอบครัวมาอาศัยที่อาคารศิลปาชีพบ้านหัวป่าเขียว รวมกับเพื่อนบ้านอีกประมาณ 15 ครัวเรือน เพราะบ้านยังไม่ได้ซ่อมหลังคาบ้านจากเกิดพายุพัด เนื่องจากน้ำยังคงท่วมขังพื้นที่อยู่
ด้านนายสถาพร ประทุมทอง นายอำเภอศรีนครินทร์ กล่าวว่า ม.2 ต.ลำสินธ์ เกิดเหตุดินทรุดตัวเป็นวงกว้าง 6 เมตร ลึก 4 เมตร ซึ่งเป็นสวนผลไม้ของชาวบ้านเบื้องต้นได้สั่งให้มีการนำเชือกไปกั้นรอบบริเวณดินทรุดตัว พร้อมสั่งไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อรอให้นักธรณีวิทยาลงสำรวจสภาพพื้นที่โดยรอบ เพราะบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้แหล่งชุมชนบ้านเรือนราษฎร เกรงประชาชนจะได้รับอันตรายหากดินเกิดการทรุดตัวซ้ำอีก
 
ปัตตานีอ่วมซ้ำจมบาดาลแล้วกว่า 500 หลังคาเรือน
 
ที่จ.ปัตตานี ฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกันหลายวันส่งผลให้ 12 อำเภอานี เกิดน้ำท่วมขังหลายแห่ง ขณะที่แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ระดับน้ำก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มบริเวณบ้านจางาบ้านยือโมะ และบ้านปะกาฮารัง ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 500 หลังคาเรือน โดยระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30-100 ซม. ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ รวมไปถึงยานพาหนะขึ้นไปอยู่บนที่สูง
         
นอกจากนี้ถนนทางเข้าออกหมู่บ้านก็ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน ประชาชนต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน ทำให้ขณะนี้ประชาชน กว่า 300 ครัวเรือน ที่บ้านจางา ต้องประสบความเดือดร้อนเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาได้ประสบกับอุทกภัยอย่างหนักมาแล้วนับเดือน และน้ำพึ่งจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติได้เพียง 2 สัปดาห์ ก็ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมอีกระลอก
 
13 อำเภอรอบนอกนราฯยังไม่วิกฤตน้ำท่วม
 
ที่จ.นราธิวาส ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ส่งผลทำให้ 13 อำเภอประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ประกอบกับต้นน้ำที่มีกำเนิดอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรีในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลลงมาสมทบสู่แม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา ซึ่งเดิมมีปริมาณน้ำสูงอยู่แล้วได้เพิ่มปริมาณน้ำเป็นทวีคูณอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียง 1 เมตรเท่านั้นที่ปริมาณน้ำจะล้นตลิ่ง และคาดว่าอีก 2 - 3 วัน หากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไม่เบาบางลง จะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งและไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรที่ปลูกสร้างที่ตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก แม่น้ำบางนรา และแม่สายบุรี ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 80 ก.ม. และมีราษฎรอาศัยอยู่จำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในรอบที่ 2 อย่างแน่นอน 
             
นอกจากนี้ผลพวงของสภาวะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ยังส่งผลทำให้ถนนสายตากใบ-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านเขาตันหยง ม.4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส มีน้ำท่วมขังเป็นระยะๆ ถนนสายนราธิวาสสายเอเชียฝั่งขาออกเพชรเกษมในพื้นที่ อ.บาเจาะระดับน้ำล้นพื้นถนน แต่ยานพาหนะทุกชนิดยังสามารถสัญจรไปมาได้เป็นระยะๆ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายข้อความเขียนเตือนประชาชนที่ใช้ยานพาหนะสัญจรไปมา ได้เพิ่มความระมัดระวังโดยเฉพาะในช่วงยามวิกาล อาจจะประสบอุบัติเหตุได้หากประมาณ ส่วนคลื่นล้มในทะเลมีความสูงประมาณ 2 เมตร เรือเล็กทุกชนิดในพื้นที่ อ.เมือง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส นับ 1,000 ลำ งดออกทะเลแล้ว

เมืองคอนน้ำเริ่มทะลักเข้าเมือง-เร่งขนย้าสิ่งของไว้ที่สูง
 
ที่จ.นครศรีธรรมราช แม้ว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาฝนหยุดบ้างแล้ว แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมที่มากที่สุดในบางตำบลของ 3 อำเภอ คือ อ.ร่อนพิบูลย์ , เมือง และพระพรหม โดยเฉพาะที่ ม.6 ต.ช้างซ้าย (ในภาพ) มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซม.พื้นที่ทางการเกษตรจมอยู่ใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้ระดับน้ำตามลำคลองก็ไม่เพิ่ม ซึ่งหากฝนหยุดตกน้ำที่เอ่อล้นเต็มตลิ่งก็จะลดระดับ
 
นาย ธนวัฒน์ เรืองเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่สำรวจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม มีทั้งหมด 3 อำเภอ แต่เริ่มลดระดับแล้ว บางหมู่บ้านมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในช่วงหน้าฝน แต่ในขณะที่น้ำลดลงนั้น ก็จะไปเพิ่มระดับในพื้นที่รับน้ำ 3 อำเภอคือ อ.ปากพนัง , เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะไหลออกสู่ทะเล
 
สำหรับเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำเข้าท่วมขังเล็กน้อยตามแนวริมคลอง ซึ่งมีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบต้องเตรียมพร้อม บางหลังขนย้ายข้าวของเพื่อหนีน้ำบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทได้เตรียมความพร้อมในการรับมือน้ำท่วมในครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพราะสภาพอากาศยังไม่น่าไว้ใจ นอกจากนั้นจะทำการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่ทราบว่าเป็นพื้นที่ทางการเกษตรเท่านั้น
 
 
 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน