posttoday
ดึงเอกชนลงกองทุนทำรถไฟฟ้า

ดึงเอกชนลงกองทุนทำรถไฟฟ้า

03 ธันวาคม 2553

คลังตั้งกองทุนดึงเอกชนลงทุนรถไฟด่วน

คลังตั้งกองทุนดึงเอกชนลงทุนรถไฟด่วน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแผนตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ซึ่งจะเป็นการจัดตั้งกองทุนรวมที่จะระดมทุนจากประชาชนทั่วไป และนำเงินดังกล่าวมาลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทำหลักเกณฑ์การจัดตั้งของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นปี 2554

นอกจากนี้ จะมีการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) จากที่ต้องใช้เวลานานถึง 48 เดือน ให้เหลือ 24 เดือน รวมถึงการแก้ไขในส่วนนิยามต่างๆ ให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ กำหนดความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่เอกชนและรัฐจะได้รับ เพื่อช่วยกระตุ้นและดึงดูดความสนใจของภาคเอกชน

รมว.คลัง กล่าวว่า การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการดุงภาคเอกชนมีส่วนรวมเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาสนับสนุนรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ ระยอง และกรุงเทพ เชียงใหม่ ที่ได้มีการเปิดทดสอบความสนใจภาคเอกชนในการลงทุน (Market Sounding) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเสนอแนวคิด และความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนกับภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการวางโครงการ การบริหารจัดการ และการเงิน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปพิจารณาก่อนสรุปแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ชัดเจนอีกครั้ง

คลังมีความพร้อมสนับสนุนเงินลงทุนทั้ง 2 โครงการ รวมถึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และเป็นการแบ่งเบาภาระของประชาชนด้วย
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาห กิจ (สคร.) กล่าวว่า โครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง จะสามารถออกร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมโครงการ (TOR) ได้ภายในปลายปี 2554

นายสมชัย กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เลือกลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงใน 2 เส้นทางก่อน จากทั้งหมด 5 เส้นทาง เนื่องจากทั้ง 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ และระยอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และสามารถรองรับธุรกิจท่องเที่ยวได้ในอนาคต

สำหรับรถไฟอีก 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯหนองคาย กรุงเทพฯอุบลราชธานี และกรุงเทพฯปาดังเบซาร์นั้น กำลังรอผลการเจรจากับรัฐบาลจีนที่ทางการจีนอาจจะเข้ามาลงทุนในเส้นใดเส้นหนึ่งหรือทั้งหมดก็เป็นได้

สำหรับรถไฟความเร็วสูง 2 สายที่เปิดทดสอบความสนใจมีมูลค่าโครงการ 3 แสนล้านบาท ในสายกรุงเทพ เชียงใหม่ ระยะทาง 754 กิโลเมตร จะใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสาร 1,200 บาท และ สายกรุงเทพ ระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ราคาค่าโดยสาร 350 บาท
เอกชนแห่ฟังงานทดสอบความสนใจลงทุนรถไฟความเร็วสูง พร้อมเสนอเงื่อนไขหากรัฐสนับสนุนเป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดงานทดสอบความสนใจภาคเอกชนในภาคเอกชนในการลงทุน( MARKET SOUNDING) โครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมได้ร่วมกับกระทรวงการคลังจัดขึ้น เพื่อเชิญผู้ประกอบการและ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศร่วมแสดงความคิดเห็นโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ประกอบด้วยเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะทาง 754 กิโลเมตร และ เส้นทางกรุงเทพฯ – ระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้งในและต่างประเทศประมาณ 300 คน รวมทั้งมีตัวแทนจากสถานทูตต่างประเท ศเข้าร่วมอีก 9 อาทิ อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น รวมทั้งยังมีนักลงทุนที่มีประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมฟังแผนในการลงทุนก่อสร้างและดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงด้วย

    นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า เอกชนหลายแห่งสนใจที่จะลงทุนในกิจการสาธารณูปโภค แต่ต้องการความชัดเจนในนโยบายภาครัฐ เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และต้องการให้รัฐลดหย่อนภาษี เปิดใช้ภาษีส่วนบุคคลโดยไม่ใช้ภาษีของประชาชน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่เกินภาษีส่วนตน หรือให้ดำเนินการในรูปแบบกองทุนประกันการซื้อคืน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า หลังจากเสร็จงานนี้หากมีเอกชนรายใดสนใจ ทางสคร.จะจัดหารือเป็นกรุ๊ปเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น และสร้างนวัตกรรมทางเงินในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ทั้งรูปแบบการลงทุนในลักษณะกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รูปแบบซิเคียวริตี้ไทเวชั่น (หุ้นกู้แปลงสภาพ) เพื่อพิจารณาว่ารูปแบบใดมีความน่าสนใจและเป็นไปได้มากที่สุด

     คาดว่าจะออกร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมโครงการ(ทีโออาร์) ใน 2 เส้นทางดังกล่าวได้ภายในปลายปี 54 หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนได้เสนอความคิดเห็นต่าง ๆ แล้ว ก็จะนำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาโครงการรัฐในรูปแบบพีพีพีพิจารณาภายใน 12 สัปดาห์ จากนั้นจะนำเสนอครม.ให้ทราบถึงผลการทดสอบความสนใจของภาคเอกชนแล้ว จึงจะมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีเอไอ) และนำเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของครม.อีกครั้ง

    นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายกระทรวงคมนาคมและ รัฐบาลมีความตั้งใจการพัฒนาระบบราง และพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนเพื่อลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ และเส้นทางกรุงเทพฯ  ระยอง ซึ่งหากรัฐบาลนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง คาดว่า จะเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปลายปี 54  ต้นปี 55 และขอให้เอกชนมั่นใจในศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะรับผิดชอบดำเนินโครงการ แม้ที่ผ่านมารฟท.จะมีปัญหาต่างๆ แต่จะเห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลมีความชัดเจนในการพัฒนาระบบรางโดยอนุมัติวงเงินกว่า 1.7 แสนล้านบาทให้กับรฟท.

     “ รฟท.ได้พัฒนามาถูกทาง จะเห็นได้จากการดำเนินโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ซึ่งก่อนเปิดประสบปัญหาความล่าช้าแต่เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารก็ได้แก้ปัญหาจนสามารถเปิดให้บริการได้ ดังนั้นขอให้เอกชนมั่นใจว่าในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง มีความเป็นไปได้ในการลงทุน ไม่ได้แค่ฝัน และผมพร้อมให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ทุกภาคส่วนพัฒนาร่วมกัน” นายโสภณ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69