posttoday
ไม่ยุบ ปชป. กกต.รับเละ

ไม่ยุบ ปชป. กกต.รับเละ

02 ธันวาคม 2553

แรงระเบิดจากมติยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญจนประชาธิปัตย์รอดไม่ถูกยุบ กระเทือนมาถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบผิดคาด เพราะ “ต้นทาง” ในการเตะลูก ยื่นคำร้องของ กกต.สู่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคดี “การใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง” มีปัญหาชอบด้วยกฎหมาย

แรงระเบิดจากมติยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญจนประชาธิปัตย์รอดไม่ถูกยุบ กระเทือนมาถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบผิดคาด เพราะ “ต้นทาง” ในการเตะลูก ยื่นคำร้องของ กกต.สู่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคดี “การใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง” มีปัญหาชอบด้วยกฎหมาย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

ไม่ยุบ ปชป. กกต.รับเละ

แรงระเบิดจากมติยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญจนประชาธิปัตย์รอดไม่ถูกยุบ กระเทือนมาถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบบผิดคาด เพราะ “ต้นทาง” ในการเตะลูก ยื่นคำร้องของ กกต.สู่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคดี “การใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง” มีปัญหาชอบด้วยกฎหมาย

เป็นปัญหาการฟ้องหลัง “ปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง” เกิน 15 วัน จนกลายเป็นข้อถกเถียงว่าจะนับวันไหนถึงจะทำให้กระบวนการยื่นคำร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์สมบูรณ์ตามกฎหมาย

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ต้องนับจากวันที่ 17 ธ.ค. 2552 เพราะเป็นวันที่ กกต.เสียงข้างมากลงมติให้ “นายทะเบียน” พิจารณาเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาล

แต่ กกต.แย้งว่า วันดังกล่าว “นายทะเบียน” ไม่ได้ทำความเห็น แต่ตั้งกรรมการขึ้นมา 11 คน และสอบเพิ่มเติม 3 เดือน คณะทำงานชุดนายทะเบียนทำความเห็นเสร็จวันที่ 12 เม.ย. 2553 ดังนั้น ต้องนับวันที่ 12 เม.ย. 2553 ที่ถือว่าปรากฏต่อ “นายทะเบียน” ซึ่ง กกต.ได้เห็นชอบให้ยื่นคำร้องยุบพรรคไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และก็ได้ยื่นภายใน 15 วัน คือวันที่ 16 เม.ย. 2553 ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

ผลจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง จนประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์ทางเทคนิค ทำให้ไม่มีการตัดสิน “ข้อกล่าวหาเงินกองทุน 29 ล้านบาท” ว่าถูกหรือผิด

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญโยนระเบิดกลับไปที่ กกต. และประธาน กกต. ในฐานะผู้ร้อง ที่ทำให้การยื่นฟ้อง “ขาดอายุความ”

แม้คำตัดสินจะเข้าทาง “สองมาตรฐาน” จากอารมณ์เสื้อแดงที่มองว่าไม่เป็นธรรม เพราะพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ถูกยุบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ

ทว่าความไม่พอใจที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญไม่เหนือความคาดหมาย เพราะตัดสินในช่วงที่สังคมแบ่งขั้ว เลือกข้างแล้ว แม้จะอ้างว่าเคารพคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคำวินิจฉัยเด็ดขาด สิ้นสุด และผูกพันทุกองค์กร

แรงกดดันทวีคูณที่เฉลี่ยมายังองค์การอิสระอย่าง กกต. มากผิดคาดนี้ ดูจากเสียงเรียกร้องที่แกนนำเสื้อแดง เช่น “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. ระบุว่า กกต.ทั้ง 5 ต้องลาออกที่ทำให้คดีขาดอายุความ

ขณะที่ “คมสัน โพธิ์คง” นักวิชาการนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พยานฝ่ายประชาธิปัตย์ ก็ออกมาเรียกร้องให้ กกต.ลาออกที่บกพร่องในการทำหน้าที่

เรียกได้ว่าการที่ประชาธิปัตย์รอดทางเทคนิค ให้ไปโทษที่ กกต. ไม่ใช่รอดเพราะการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือประชาธิปัตย์เส้นใหญ่

ก่อนหน้านี้ การต่อสู้คดีของพรรคประชาธิปัตย์ได้หยิบยกกรณีอำนาจการฟ้องของ กกต.ที่มีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นประเด็นสำคัญในการสู้คดีเช่นกัน โดยระบุว่าอำนาจการยุบพรรคเป็นอำนาจของ อภิชาต สุขัคคานนท์ ในฐานะ “นายทะเบียน” ซึ่งในการประชุม กกต. เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552 อภิชาต มีความเห็นให้ยกคำร้องที่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองข้อหา แต่วันที่ 12 เม.ย. 2553 นายทะเบียนพรรคการเมืองกลับไม่ทำความเห็นว่าสมควรจะยุบพรรคหรือไม่ จนที่ประชุม กกต. ลงมติโดยเสียงข้างมากให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถูกแรงบีบจากเสื้อแดงที่ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย

ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะมีคำวินิจฉัย ก็มีข่าวสะพัดและคลิปสนทนาการประชุมภายในว่าควรเรียกอภิชาตมาเป็นพยานศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งประชาธิปัตย์และศาลรัฐธรรมนูญจึงอ้างปัญหาจากการยื่นคำร้องและอำนาจการฟ้องของ กกต.ที่มิชอบ คดีไม่พลิก แต่ผลสะเทือนพลิก เสียงโอดครวญจากคนใน กกต.จึงบอกว่า พวกเขาเป็น “แพะ” และก็เกิดความปั่นป่วนในองค์กร กกต.เป็นอาฟเตอร์ช็อกตามมา เมื่อการประชุมประจำสัปดาห์นัดแรกวันอังคารที่ผ่านมา หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ที่ประชุม 5 เสือ กกต. ต่างปัดเผือกร้อนกันพัลวัน

ฝ่าย กกต.เสียงส่วนใหญ่ต่างรุมถล่มอภิชาต โดยเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากประธาน กกต. อ้างว่าอภิชาตบกพร่อง เพราะไม่ยอมทำความเห็นว่ายกหรือไม่ยกคำร้อง

“หากมีความเห็นว่ายกคำร้อง เรื่องก็จบ ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม แต่อภิชาตกลับไม่ทำความเห็น แต่เห็นควรให้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาแทน จนเป็นผลให้นำมาสู่การลงมติเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2553 ทำให้ยื่นเกินเวลา” รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์อ้างคำพูด กกต.รายหนึ่ง

ขณะที่อภิชาตไม่ขอตายเดี่ยว ระบุว่า ถ้าเขาออกก็ต้องออกกันให้หมด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อมติที่ศาลได้วินิจฉัย และจะยังไม่แถลงข่าวต่อสื่อ เพราะนั่นเท่ากับแรงกดดันทั้งหมดจะโถมมาที่เขาคนเดียว

อย่างไรก็ตาม การที่ กกต.ส่วนใหญ่ออกมากดดันอภิชาตก็เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ลามมาถึง กกต.ที่เหลืออีก 4 คน ที่กำลังถูกกระแสบีบให้ไขก๊อกตามมาเป็นระลอก

กกต.บางรายจึงใช้โอกาสที่มีปัญหาขัดแย้งกับอภิชาตมาก่อน เขี่ยเขาออกจากประธาน และจัดระบบภายใน กกต.ใหม่

ยังไม่รู้ว่า กกต.จะแก้ปัญหาเผือกร้อนอย่างไร นอกจากทอดเวลาให้เรื่องเงียบหายไป

แต่การที่ กกต.ต้องรับก้อนอิฐทั้งมวลจากผลตัดสินนี้ ช่วยเฉลี่ยแรงเสียดทานที่ศาลรัฐธรรมนูญโดนกระหน่ำเละฝ่ายเดียว ซึ่งก่อนหน้าก็ถูก “สารพัดคลิป” ทำลายภาพลักษณ์ไปแล้ว

ขณะที่ประชาธิปัตย์คู่กรณี ที่ได้ประโยชน์จากคำวินิจฉัยเต็มๆ ก็ “ลอยตัว” อยู่เหนือความขัดแย้ง

ปล่อยให้เป็นเรื่องกรรมการและคู่ชกคือ กกต. เหมือนที่ฝ่ายค้านออกมาโวยว่าหลอกให้คนดูดูมวยชกกันฟรี ต่อยบนเวทีตาปูด เลือดซิบกันเกือบครึ่งปี สุดท้าย กรรมการก็มาจับฟาวล์คู่ชกว่าน้ำหนักเกิน ไร้คำตัดสิน

ระเบิดลูกนี้ องค์การอิสระจึงบาดเจ็บทั้งศาลรัฐธรรมนูญและ กกต. ที่เกิดกระแสเรียกร้องให้ผู้ทำหน้าที่ทั้งสององค์กรลาออก ไม่ว่าในฐานะที่ต้อง “รับผิดชอบ” ทำให้คดีขาดอายุความ หรือการหา “เหยื่อ” และ “แพะ” เพื่อรับผิดทางการเมือง

แต่เพื่อไทยและเสื้อแดงที่ได้ประโยชน์จากข้อครหาสองมาตรฐาน มาแนวใหม่ ไม่กระโดดเข้าไปคลุกวงใน สั่งห้ามเสื้อแดงเคลื่อนไหว เกรงจะเกิดความรุนแรงเข้าทางรัฐบาลคอยกวนให้ขุ่น โทษเสื้อแดงเป็นแพะที่แพ้แล้วพาล

ก่อนจะแยกเป้า ดึงศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยแค้นจัดออกมารับผิดชอบ ให้สังคมวิจารณ์หนักๆ

ส่วน กกต.ไม่ใช่เป้าหลัก แต่ปรมาณูที่หล่นที่สำนักงาน กกต. ดูจะเป็นเรื่องเก่าที่อาศัยลูกอลหม่านจัดระเบียบกันภายใน มันเลยแรงเกินคาด จนพรรคเพื่อไทยต้องออกมาช่วยว่า กกต.ไม่ต้องลาออก แค่แถลงชี้แจงก็พอแล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท