
อย่าลืมปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์
หลังจากที่ผ่านวิกฤตคดี 29 ล้านบาทไปเรียบร้อย เชื่อว่านายกฯ อภิสิทธิ์จะมีสมาธิในการเผชิญกับสิ่งท้าทายในปี 2554 มากขึ้น ทั้งเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม รวมทั้งปัญหาการก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
สถานการณ์ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวข้องกับต่างประเทศโดยสภาพของปัญหา แกนนำของขบวนการตระหนักว่า การใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่มีทางเอาชนะกองกำลังของรัฐได้ ดังนั้น เป้าหมายสำคัญคือการแสวงหาการสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ
“องค์การประเทศมุสลิม” หรือ โอ.ไอ.ซี. เพื่อให้กดดันประเทศไทยยอม “เจรจา” กับขบวนการ เพื่อยกระดับของขบวนการให้มีสถานะเท่าเทียมกับรัฐบาล และหาทางทำปัญหานี้ให้เป็นปัญหา “ชนกลุ่มน้อย” เพื่อนำไปสู่เวทีสหประชาชาติและเรียกร้อง “สิทธิกำหนดใจตนเอง”อย่างไรก็ดี การใช้เวทีระหว่างประเทศไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะประเทศอิสลามเกือบทุกประเทศต่างปวดหัวจากกลุ่ม
“มุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่ง” ที่ใช้วิธี “ก่อการร้าย” เป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัว ทำให้เจ้าหน้าที่และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของตนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากหากสำรวจดูประเทศอิสลามทั้งหลายในตะวันออกกลางและแอฟริกา จะพบว่า รัฐบาลประเทศเหล่านั้นต่างก็เจอปัญหาก่อการร้ายโดยมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มอัลกออิดะห์เกือบทั้งสิ้น แม้แต่มาเลเซียเอง ก็ปวดหัวกับกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งจากรัฐกลันตัน ตรังกานู ที่เรียกร้องให้มาเลเซียเป็นรัฐอิสลามแบบอิหร่าน
ที่สำคัญ ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายต่างก็มีประสบการณ์อันขมขื่นจากกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งที่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ถูกกลุ่มอัลกออิดะห์โจมตี
เมื่อ 11 ก.ย. 2544 ผลประโยชน์สหรัฐในต่างประเทศถูกกลุ่มอัลกออิดะห์และเครือข่ายพันธมิตรโจมตี
หลายครั้ง รัสเซียถูกโจมตีหลายครั้งโดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งเชชเนียที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนจีน
มีปัญหากับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งอุยกูร์ที่ต้องการแบ่งแยกซินเจียง อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ล้วนแต่เจอภัยคุกคามจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับขบวนการอัลกออิดะห์ ซึ่งใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือสหประชาชาติมีนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายอย่างชัดเจน และมีมติออกมาหลายครั้งแสวงหาความร่วมมือจากประเทศสมาชิกในการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก
ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก็เข้าสูตรนี้ คือ เป็นการดำเนินงานของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งที่ใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนเพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยพยายามทำให้เป็นเรื่องศาสนา เชื้อชาติ เพื่อหวังการสนับสนุนจากประเทศอิสลาม แต่ประเทศอิสลามทั้งหลายได้สรุปแล้วว่า ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องศาสนา ดังนั้น คงไม่มีองค์การระหว่างประเทศ หรือรัฐบาลประเทศไหนในโลกที่สนับสนุนขบวนการที่ไล่ฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ชาย หญิง คนแก่ พระ อิหม่าม ฯลฯ พลเรือนทุกสาขาอาชีพไม่ว่ารวยหรือจน แม้แต่ครูและนักเรียนก็ไม่ละเว้น ทั้งคนไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด
อย่างไรก็ดี ต้องระวังท่าทีของรัฐบาลซาอุดี
…อาระเบียที่ไม่พอใจรัฐบาลไทยในการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ซึ่งซาอุดีอาระเบียเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นในการที่นักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียถูกสังหาร เป็น ผช.ผบ.ตร. แม้ พล.ต.ท.สมคิด จะถอนตัวในเวลาต่อมา แต่ความไม่พอใจได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น ควรจับตาดูว่า อาจมีเงินจำนวนมากถูกส่งไปให้กลุ่มก่อการร้ายภาคใต้เพื่อให้เคลื่อนไหวหนักขึ้นมีการจัดประชุมทางลับในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของสมาชิก โอ.ไอ.ซี.บางประเทศเมื่อเร็วๆ นี้โดยมีตัวแทนของขบวนการก่อการร้ายมุสลิมภาคใต้ของไทยเข้าร่วมด้วย รายงานข่าวกล่าวว่า หน่วยข่าวมาเลเซียหน่วยหนึ่งมีส่วนรู้เห็น ซึ่งหน่วยข่าวนี้เคยเสนอให้ทางการไทยเจรจากับขบวนการแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา แต่ไทยไม่เอาด้วย เขาอาจไม่พอใจเพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วในกรณีของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
ในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2553 กลุ่มไอ.ซี.จี. ซึ่งเป็นองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อลดความขัดแย้ง ได้ออกรายงานสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยให้ข้อมูลผิดๆ ว่า ไทยพยายามกลืนเอาคนมลายูเข้ากับวัฒนธรรมของสังคมใหญ่ กล่าวหารัฐบาลว่าล้มเหลวในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอให้รัฐบาลพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบ
จากข้อมูลข้างต้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า สถานการณ์ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2554 อาจรุนแรงขึ้น ยกเว้นว่าทางการไทยพยายามทำความเข้าใจกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และหาทางระงับยับยั้งเสียก่อน







