
โลกมองไทย
กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน หลังจากที่วิกิลีกส์เผยแพร่ข้อมูลลับของสหรัฐ
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ได้เขียนรายงานฉบับหนึ่งพาดพิงถึงการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของสื่อมวลชนในประเทศไทยว่า รัฐบาลไทยกำลังแสวงหาหนทางให้บรรดาฝ่ายตรงข้ามรัฐปิดปากเงียบ โดยอ้างว่าผู้คนเหล่านี้ได้พยายามวางแผนก่อการร้ายด้วยวิธีก้าวร้าวและรุนแรงเพื่อต่อต้านการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮอรัลด์ ทรีบูน ว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย กับการปกป้องพิทักษ์สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย
กรณีการจับกุมเจ้าของเว็บไซต์ประชาไท เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของนโยบายเซ็นเซอร์ของรัฐบาลไทยที่ออกจะเข้มงวดและตื่นตูมจนเกินไป จนนำไปสู่กระแสติติงจากองค์กรสื่อไร้พรมแดน ซึ่งนักข่าวในสังกัดคนหนึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ราวกับจะจับอาชญากร แถมประเด็นที่กล่าวหาคือการปล่อยให้บุคคลที่สามเขียนวิจารณ์จาบจ้วงเบื้องสูง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลมักใช้กล่าวหาฝ่ายตรงข้าม
รายงานจากฟรีดอม เฮาส์ องค์การอิสระที่คอยสำรวจสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนในประเทศต่างๆ ระบุระดับความเป็นอิสระของสื่อในไทยอยู่ในลำดับที่ 153 จาก 178 ประเทศ ใกล้เคียงกับอาเซอร์ไบจาน และเบลารุส
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2547 ประเทศไทยเคยอยู่ลำดับที่ 65 จนถึงเมื่อปีก่อน นับได้ว่าเพียงปีเดียว ไทยก็หล่นมาถึง 130 ลำดับเสียแล้ว







