posttoday
อย่าดีแต่พูด

อย่าดีแต่พูด

02 ธันวาคม 2553

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเงินภาษีประชาชนของนักการเมืองและข้าราชการไทย นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทั้งในแง่มูลค่าของการทุจริต และการทุจริตที่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลต่างประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แต่การทำให้เกิดเป็นจริงในทางปฏิบัติกลับเป็นเรื่องตรงข้ามที่ประกาศไว้ เพราะนอกจากไม่ต่อต้านแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตอีกด้วย

รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริต ที่ถือเป็นหนึ่งกฎเหล็กของการทำงาน แต่ก็ยังปรากฏทั้งข้อเท็จจริงและข้อมูลให้ได้ยินได้เห็นว่ามีการทุจริตกันอย่างต่อเนื่อง

ดังจะเห็นได้จากการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข ทำให้โครงการไทยเข้มแข็งต้องมัวหมอง เพราะผลสอบที่นายกฯ ตั้งขึ้นพบว่ามีมูลจริง หรือจะเป็นการทุจริตของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋องเน่าจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ไม่ได้ หรือจะเป็นการทุจริตเงินน้ำท่วมล่าสุด จนนายกรัฐมนตรีต้องตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงอีกรอบ

ทั้งหมดสะท้อนว่าการทุจริตในรัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ได้ลดลง และยังมีการทุจริตตั้งแต่โครงการรากหญ้า จนถึงโครงการยอดดอยลงทุนเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาท

ในการประชุมสภาหอการค้าทั่วประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นายกฯ ไปร่วมงาน เรื่องใหญ่ที่สภาหอการค้าฝากให้นายกฯ แก้ไขก็หนีไม่พ้น การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการ ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่า นักการเมืองและข้าราชการมีการทุจริตสูงถึง 25% ของมูลค่าโครงการ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนไม่ให้ร่วมมือในการทุจริตคอร์รัปชัน ในลักษณะที่ว่า ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิด แต่คิดว่าไม่น่าเพียงพอ

เพราะในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาล การดำเนินการหาวิถีทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้แข็งไม้นวม จะทำอย่างไรไม่ให้มือข้างของรัฐบาลไม่ปรบมือกับข้างเอกชน หรือให้มือข้างของรัฐบาลไปจับหรือไปลากมือข้างของเอกชนมาปรบมือด้วยนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

ส่วนจะหวังการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์จัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน เห็นทีก็เป็นเรื่องที่พึ่งหวังไม่ได้ เพราะตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการประมูลแบบยื่นซองที่มีปัญหาการฮั้วการทุจริต แต่การเปลี่ยนมาเป็นระบบใหม่ก็ยังพบการฮั้วการทุจริตที่ไม่ได้ลดลงไปกว่าเดิม

การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันนั้น เหมือนรัฐบาลดีแต่พูดแต่ไม่ได้ทำ

แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลขาดไป ก็คือ การหาแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างจิตสำนึกให้นักการเมืองและข้าราชการ ไม่ให้ทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นแก่นแท้ของการแก้ไขปัญหานี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากก็ตาม

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนทั้งประเทศไม่ยอมรับยกย่องให้เกียรติกับนักการเมืองและข้าราชการ ที่โกงเงินภาษีของเขาเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นอย่างทุกวันที่ผลสำรวจออกมาว่าประชาชนยอมรับให้นักการเมืองและข้าราชการทุจริต หากมีผลงานตกไปถึงปากท้องของเขา ซึ่งถือเป็นทัศนคติอันตรายกับสังคมไทยอย่างถึงที่สุด

การมุ่งสร้างเครื่องมือเพื่อป้องกันการปราบปรามการทุจริต โดยที่ไม่ได้ยกจิตใจของนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนทั้งประเทศ ให้มีจิตใจหลอมเป็นหนึ่งเดี่ยวต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบแล้วนั้น ให้รัฐบาลสร้างเครื่องมือที่ทันสมัยวิเศษแค่ไหน ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นให้น้อยลงได้แม้แต่นิดเดียว

อะไรเลย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ