
ปรากฏการณ์ วิกิลีกส์ การเมืองสั่น เศรษฐกิจสะเทือน
ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งดัชนีชี้วัดความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ความอ่อนไหวของตลาดหุ้นล้วนมีที่มาที่ไปจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก จะมีกรณีอื่นๆ ที่กระทบบ้างก็ต้องเป็นเรื่องร้อนและแรงเท่านั้น
ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งดัชนีชี้วัดความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ความอ่อนไหวของตลาดหุ้นล้วนมีที่มาที่ไปจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก จะมีกรณีอื่นๆ ที่กระทบบ้างก็ต้องเป็นเรื่องร้อนและแรงเท่านั้น
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งดัชนีชี้วัดความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ความอ่อนไหวของตลาดหุ้นล้วนมีที่มาที่ไปจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก จะมีกรณีอื่นๆ ที่กระทบบ้างก็ต้องเป็นเรื่องร้อนและแรงเท่านั้น
อาทิ เมื่อสัปดาห์ก่อนมีการปะทะกันของเกาหลีเหนือและใต้ หรือก่อนหน้านั้นอาจจะมีกรณีน้ำมันรั่วไหลของบริษัทขุดเจาะน้ำมัน บริติช ปิโตรเลียม (บีพี)
กระทั่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โลกธุรกิจการเงินก็มีประเด็นเขย่าขวัญ เนื่องจากกำลังจะถูกเปิดโปงความลับ ตามคำให้สัมภาษณ์ของ จูเลียน เอสแซงก์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ กับทางนิตยสารฟอร์บส์
แม้จะยังไม่มีการระบุว่าเบื้องหลังอันไม่น่าภิรมย์ของสถาบันการเงินแห่งใดของสหรัฐจะถูกนำมาแฉในช่วงต้นปีหน้าเป็นการรับขวัญปีใหม่ แต่วงการการเงินโลกก็สะเทือนแล้ว เพราะมีการคาดเดารายชื่อสถาบันการเงินที่คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะตกเป็นเป้า อาทิ เจ.พี.มอร์แกน ซิตี้แบงค์ วาโชเวีย และเวลล์ส ฟาร์โก
แต่ที่ถูกเพ่งเล็งมากที่สุดก็คงเป็น แบงก์ ออฟ อเมริกา จนกระทั่งหุ้นของแบงก์ ออฟ อเมริกา ก็ร่วงไปแล้ว 3.2% และทางสถาบันการเงินดังกล่าวต้องออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวเป็นพัลวัน เพื่อสยบความวิตกของนักลงทุน
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าย้อนกลับไปฟังบทสัมภาษณ์อีกชิ้นหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว วิกิลีกส์เคยเอ่ยถึงข้อมูลจำนวนหลายกิกะไบต์ที่ล้วงมาจากฮาร์ดไดรฟ์ของบุคคลระดับผู้บริหารของแบงก์ ออฟ อเมริกา
ดังนั้น ทุกสายตาจึงจับจ้องมาที่สถาบันการเงินดังกล่าว
ความยิ่งใหญ่ของแบงก์ ออฟ อเมริกา คือ ธนาคารรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ถ้าวัดตามมูลค่าของสินทรัพย์ และเป็นธนาคารรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ถ้าวัดตามมูลค่าราคาตลาดของหุ้น อีกทั้งตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ในปี 2010 แบงก์ ออฟ อเมริกา ได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก
ทั้งนี้ จากคำให้สัมภาษณ์ของ เอสแซงก์ ที่ระบุถึงเอกสาร ข้อมูลที่ตกอยู่ในกำมือนั้น ค่อนข้างรุนแรง เรียกได้ว่าร้อนตั้งแต่เริ่มเปิดฉาก โดยระบุว่า “อาจจะสั่นคลอน” เสถียรภาพของธนาคาร 1 หรือ 2 แห่ง เอกสารจะแฉ “การฝ่าฝืนขั้นรุนแรง” และ “การกระทำที่ผิดจริยธรรม” ของบุคคลในระดับบริหาร
หนำซ้ำ เอสแซงก์ กล่าวกระทั่งว่า ข้อมูลนี้อาจจะเป็นวิถีทางหนึ่งที่จะนำมาสู่การสอบสวนและปฏิรูปครั้งใหญ่ของภาคธนาคารสหรัฐ
การกระทำของ เอสแซงก์ และสถานะของวิกิลีกส์ จึงเป็นเรื่องที่กำลังเขย่าเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งในเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐบอบช้ำมากขนาดนี้ การเปิดโปงหรือประเด็นใดๆ ที่สะเทือนภาคการเงินธนาคารอาจจะยิ่งบั่นทอนสถานะของสหรัฐมากขึ้น
กระนั้นก็ตาม คำกล่าวของ เอสแซงก์ จะเป็นเพียงคำขู่ลอยๆ หรือไม่ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ความกระทบกระเทือน และความรุนแรงมากน้อยต่อเศรษฐกิจอยู่ที่การให้เครดิตของข้อมูลเหล่านั้น
ถ้าสังเกตจากสถานการณ์ ณ เวลาปัจจุบัน ซึ่งวิกิลีกส์ปล่อยข้อมูลลับด้านการทูตไปยังสื่อสำนักใหญ่ต่างๆ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ข้อมูลเหล่านั้นได้รับความสนใจ และเป็นเรื่องที่อยู่ในสายตาชาวโลก
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐไม่ว่าจะเป็น ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ โรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหม ก็ตบเท้ากันออกมาลบล้างความน่าเชื่อถือของวิกิลีกส์ สำทับด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศอีกหลายชาติที่ร่วมประสานเสียง
ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่ข้อมูลดังกล่าวจะทรงอิทธิพลมากกระทั่งนำไปสู่การสอบสวนหรือการปฏิรูป จนกระทั่งเป็นภาวะซ้ำรอยการล่มสลายของเอนรอน (Enron) บริษัทค้าพลังงานของโลก เมื่อปี 2001 ตามที่เอสแซงก์ขู่ อาจจะเป็นเรื่องยาก
ทั้งนี้ ฮิลลารี คลินตัน จะออกมาระบุว่า การกระทำของวิกิลีกส์จะเป็นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ซึ่งคงจะเป็นเช่นนั้นจริง เพราะการกระโดดเข้าโจมตีบริษัททางการเงินรายใหญ่ของสหรัฐ จะทำให้ชาวอเมริกันและโลกเจ็บไม่น้อย
หนำซ้ำในเวลานี้สหรัฐ โดยเฉพาะฮิลลารี ก็แทบจะเผชิญหน้ามิตรประเทศไม่ติดแล้ว
แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิกิลีกส์เปิดโปงข้อมูลลับของทางการสหรัฐ แต่ที่ผ่านมาล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพและฝ่ายกลาโหม รวมทั้งการร่วมปฏิบัติการสงครามของสหรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบต่อบางประเทศ อีกทั้งเป็นประเทศที่ตกอยู่ในฐานะเครือข่ายฝ่ายใต้ร่มเงาของสหรัฐทั้งสิ้น
ทว่า กรณีล่าสุดนี้ ข้อมูลที่ถูกแฉล้วนเป็นไปในเชิงการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสิ้น ทำให้สหรัฐมีคู่กรณีอยู่ทั่วโลก ทั้งอิหร่าน เกาหลีเหนือ รัสเซีย อาร์เจนตินา อิตาลี
สำหรับความเดือดร้อนและคาดว่าจะบอบช้ำความสัมพันธ์มากที่สุดคงหนีไม่พ้น จีน หนึ่งในประเทศคู่ฟัดคู่เหวี่ยงของสหรัฐในหลายๆ เรื่อง ก็ตกเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกแฉ
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน ที่แม้ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จากคำให้สัมภาษณ์ที่ระบุว่า
“เราหวังว่าสหรัฐจะจัดการกับประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม”
นั่นก็พอที่จะทำให้เห็นหมอกควันที่คุกรุ่น เพิ่มความมัวหมองให้กับความสัมพันธ์ของสหรัฐและจีนอีกหนึ่งประเด็น
ข้อมูลดังกล่าวยังอาจจะส่งผลให้การเมืองในหลายประเทศสั่นคลอนไปด้วย เพราะการวิจารณ์และความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจที่ไม่เคยมีการเผยให้ล่วงรู้มาก่อน อย่างกรณีของอังกฤษที่มีข้อมูลว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ไม่มั่นใจในการทำงานของผู้นำอังกฤษ และผู้นำพรรคร่วม เป็นต้น
ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้เวลานี้ในใจของรัฐบาลสหรัฐคงต้องการจะดำเนินการเอาผิดกับเว็บไซต์วิกิลีกส์ หรือเอสแซงก์ ให้ได้โดยเร็ว
โชคร้ายที่ในเชิงของกฎหมายและการดำเนินคดีกับเว็บไซต์วิกิลีกส์ หรือเอสแซงก์ ถือเป็นเรื่องยากตามกฎหมายของสหรัฐ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการจารกรรม ระบุว่า การจะเอาผิดต้องมีหลักฐานว่าจำเลยไม่เพียงแต่จะติดต่อกับผู้ที่มีอำนาจในการต่างประเทศ แต่ต้องเป็นผู้ที่ให้ความลับได้ และเผยตัวผู้ที่ติดต่อ หรือผู้มีอำนาจนั้นออกมาด้วย ซึ่งสหรัฐไม่มีหลักฐานนั้น
ดังนั้น แน่นอนว่าวิกิลีกส์ก็จะยังคงลอยนวลต่อไป และสามารถใช้ช่องโหว่ของโลกอินเทอร์เน็ตขยายรอยรั่วแห่งความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจให้ใหญ่โตขึ้นไปอีกเป็นแน่







