posttoday
ตลาดบอนด์เอเซียติดไฟ ปราการต้านทุนนอกไม่เป็นผล

ตลาดบอนด์เอเซียติดไฟ ปราการต้านทุนนอกไม่เป็นผล

01 ธันวาคม 2553

ย่อมเป็นธรรมดาที่พันธบัตร (Bond) เอเชียจะกลายเป็นกระแสนิยมอย่างรุนแรงในหมู่นักลงทุน ในช่วงเวลาที่วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปเริ่มแสดงอาการสาหัสยิ่งขึ้นทุกขณะ มิหนำซ้ำการวางกลไกความช่วยเหลือประเทศที่ประสบกับวิกฤตทางการเงิน หรือกลไกเสถียรภาพยุโรป (ESM) ยังไม่ช่วยให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น ยังผลตอบแทนพันธบัตรของยุโรปพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย

ย่อมเป็นธรรมดาที่พันธบัตร (Bond) เอเชียจะกลายเป็นกระแสนิยมอย่างรุนแรงในหมู่นักลงทุน ในช่วงเวลาที่วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปเริ่มแสดงอาการสาหัสยิ่งขึ้นทุกขณะ มิหนำซ้ำการวางกลไกความช่วยเหลือประเทศที่ประสบกับวิกฤตทางการเงิน หรือกลไกเสถียรภาพยุโรป (ESM) ยังไม่ช่วยให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น ยังผลตอบแทนพันธบัตรของยุโรปพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ตลาดบอนด์เอเซียติดไฟ ปราการต้านทุนนอกไม่เป็นผล

ย่อมเป็นธรรมดาที่พันธบัตร (Bond) เอเชียจะกลายเป็นกระแสนิยมอย่างรุนแรงในหมู่นักลงทุน ในช่วงเวลาที่วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปเริ่มแสดงอาการสาหัสยิ่งขึ้นทุกขณะ มิหนำซ้ำการวางกลไกความช่วยเหลือประเทศที่ประสบกับวิกฤตทางการเงิน หรือกลไกเสถียรภาพยุโรป (ESM) ยังไม่ช่วยให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น ยังผลตอบแทนพันธบัตรของยุโรปพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย

ขณะเดียวกันนักลงทุนแห่แหนกันซื้อพันธบัตรเอเชียอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จากรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) พบว่าเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนกับบอนด์ของเอเชียสูงถึง 5.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 3 จากตัวเลขเมื่อช่วงไตรมาส 2 ที่ 4.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ไม่เพียงเท่านั้น ยอดลงทุนยังสูงกว่าปีที่แล้วถึง 17.2%

ยอดลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับการที่แรงซื้อจากต่างชาติยังสามารถต้านทานมาตรการชะลอกระแสทุนไหลเข้าของนานาประเทศในเอเชีย ซึ่งหมายความได้ 2 ประการ คือ เอเชียกำลังคึกคักเกินกว่าจะหยุดยั้ง หรือมาตรการของนานาประเทศยังไม่เข้มข้นเพียงพอ

ใช่ว่ามาตรการชะลอทุนไหลเข้าจะอ่อนปวกเปียกเกินไป เพราะบางประเทศถึงกับใช้วิธีที่บั่นทอนความกระหายของนักลงทุนอย่างตรงไปตรงมา

ตัวอย่างของการนี้ได้แก่เกาหลีใต้ ที่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. แย้มมาตรการเรียกเก็บภาษีจากนักลงทุนที่ลงทุนบอนด์รัฐบาลเกาหลีใต้

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อเดือน ต.ค. จะพบว่ารัฐบาลไทยใช้มาตรการเดียวกัน และเมื่อย้อนไปถึงเดือน ก.ค. รัฐบาลอินโดนีเซียได้กำหนดช่วงเวลาขั้นต่ำในการถือครองพันธบัตรรัฐบาลโดยนักลงทุนต่างชาติ เพื่อป้องกันการเก็งกำไร

ADB ระบุอย่างถูกต้องตามหลักเศรษฐ ศาสตร์การลงทุนว่า สาเหตุที่กระแสบอนด์เอเชียแรงเป็นพิเศษ เป็นเพราะความคึกคักของเศรษฐกิจเอเชียก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น จีน และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จีนมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3 ที่ 9.3% ขณะที่มูลค่าการลงทุนบอนด์สัญชาติมังกรขยายตัวแซงหน้าไปอยู่ที่ 10.9%

เศรษฐกิจของอินโดนีเซียในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ 5.8% ส่วนมูลค่าการลงทุนบอนด์สูงเท่ากับจีนที่ 10.9% สืบเนื่องจากช่วงไตรมาส 2 อินโดนีเซียขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6.2%

สิงคโปร์ตามมาติดๆ ด้วยอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.6% แม้จะลดลงฮวบฮาบจากไตรมาส 2 ที่ 27.3% แต่ยังนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ขณะที่ตลาดบอนด์โตที่ระดับ 7.1%

ทั้งจีนและอินโดนีเซียถือเป็นตลาดบอนด์ที่ขยายตัวเร็วที่สุด โดย ADB ระบุว่า ความคึกคักของตลาดจีนสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดตราสารหนี้ระยะกลาง รวมถึงกระแสการปล่อยบอนด์โดยรัฐวิสาหกิจจีน ขณะที่บรรยากาศในตลาดอินโดนีเซียและสิงคโปร์สะท้อนถึงความสนใจของกองทุนต่างประเทศ

ตลาดเกิดใหม่โดยรวมมีความเคลื่อนไหวที่หวือหวาไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจ ซึ่งออกบอนด์ในสัดส่วนถึง 30% ของบอนด์ทั้งหมด ด้วยมูลค่ารวม 1.55 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้ายอดเมื่อปีที่แล้วแบบไม่ทิ้งฝุ่นถึง 23.8%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะขยายตัวถึง 9.4% ในปีนี้ จาก 6.9% เมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขคาดการณ์นี้น่าจะยิ่งกระตุ้นเร้าให้นักลงทุนกระโจนเข้าใส่เอเชีย

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายของ ADB ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด

มูลเหตุที่ก่อให้เกิดแรงหนุนมากยิ่งขึ้น หรืออาจมากกว่าความคึกคักของเศรษฐกิจเอเชีย คือการที่นักลงทุนพากัน “หนีตาย” จากบอนด์สัญชาติยุโรปกันอย่างอลหม่าน

ล่าสุด พันธบัตรของสเปนและอิตาลีส่ออาการขั้นร้ายแรง เมื่ออัตราดอกเบี้ยบอนด์ 10 ปีทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือทะลุอัตราดอกเบี้ยของบอนด์สัญชาติเยอรมนี ซึ่งใช้เป็นเบนช์มาร์กของกลุ่มยูโรโซน

ขณะเดียวกันธนาคารของโปรตุเกสตกอยู่ในภาวะสั่นคลอนทางการเงินอย่างหนัก สุ่มเสี่ยงที่ประเทศนี้จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของวิกฤตหนี้

การหนีตายเข้ามาลี้ภัยในตลาดบอนด์เอเชียก่อให้เกิด “คุณ” เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่ก่อให้เกิด “โทษ” ระยะยาวที่สลัดหลุดได้ยาก

ผลร้ายประการแรกคือ สกุลเงินในภูมิภาคนี้จะยิ่งแข็งค่าจนกระทบต่อภาคการส่งออก

ปัญหานี้เป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมทุน แต่เห็นได้ชัดว่า ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และในระยะยาวจะก่อให้เกิดวงจรอันเลวร้ายของการที่ภาคส่งออกทรุด ดิ่งให้เศรษฐกิจทรุด และทำให้ความเชื่อมั่นต่อบอนด์เอเชียพลอยเสื่อมทรุดตามไปด้วย

อีกปัญหาเกิดขึ้นจากวิกฤตความเชื่อมั่นต่อยุโรปได้แพร่มากระทบต่อความเชื่อมั่นของบอนด์เอเชีย ในฐานะที่เป็นความกังวลร่วมกันของชาวโลก

ไม่เพียงเท่านั้นการเผชิญหน้าระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือบานปลายโดยเป็นการใช้อาวุธโจมตี บรรยากาศการลงทุนในเอเชียจะพลอยอึมครึมไปด้วย

จากการรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก บอนด์ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงที่จะทรุดหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 ด้วยความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตบนคาบสมุทรเกาหลีและวิกฤตในทวีปยุโรป

เรียกได้ว่า บอนด์เอเชียกำลังเหวี่ยงไปมาบนความเสี่ยงรอบด้าน

ตลาดบอนด์ในเอเชียแม้จะยังมีอุณหภูมิที่ร้อนแรง แต่จะประมาทสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงทั้งฟากตะวันตกและตะวันออกไม่ได้

กลายเป็นงานหนักและความกังวลที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นสำหรับรัฐบาลที่พยายามที่จะปรับอุณหภูมิในตลาดนี้ให้ได้สมดุล

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท