
พม่า...ขยายอำนาจคุมชายแดน มองสถานการณ์ผ่านสายตาฑูต
แม้การปะทะระหว่างกองกำลังรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อย บริเวณชายแดนตะวันตกจะสร่างซาไป แต่ปัญหาที่ตามมา คือ ความมั่นใจต่อโครงการพัฒนาร่วมระหว่างไทยพม่า รวมทั้งโครงการส่งเสริมการค้าชายแดน และการค้าผ่านแดน ซึ่งเชื่อมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเข้าด้วยกัน การเลือกตั้งในพม่าที่นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศห่วงใยว่า อาจเกิดความไม่สงบตามมาเริ่มเป็นจริง
ประจวบ สุภินี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เปิดเผยว่า จากปัญหาความขัดแย้งชนกลุ่มน้อยที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ไทยสูญเสียมูลค่าการค้าบริเวณด่านแม่สอด จ.ตาก ประมาณ 80 ล้านบาทต่อวัน เนื่องจากตลาดพม่าเป็นตลาดสำคัญที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับที่ 22 โดยเฉพาะบริเวณด่านแม่สอดที่ไทยใช้เป็นช่องทางในการส่งออกสินค้าไปยังพม่ามากกว่า 60% จากช่องทางทั้งหมด
ทั้งนี้ อยากให้นักลงทุนสนใจตลาดพม่าให้มากขึ้น ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ยินดีให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน อยากให้นักลงทุนมองพม่าในด้านดีว่าตลาดพม่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ให้มองว่าพม่าเป็นจังหวัดหนึ่งของไทยที่ถอยหลังไปประมาณ 40 ปี และสินค้าที่พม่าต้องการมากที่สุด คือ ปัจจัยสี่
“
พม่ามีประชากรกว่า 50 ล้านคน ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเองไม่เกิน 20% ต้องนำเข้ากว่า 80% ตลาดพม่าจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจให้เข้าไปลงทุน ซึ่งนักลงทุนสามารถทำธุรกิจการค้ากับพม่าได้ทุกอย่าง แต่ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงทางการเมืองของพม่า เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้” ประจวบ กล่าวขณะที่ อภิรัฐ เหวียนระวี เอกอัครราชทูตไทยประจำสหภาพพม่า กล่าวว่า อนาคตเศรษฐกิจของสหภาพพม่าจะเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนกับไทยและอินเดีย พม่าได้ปรับปรุงท่าเรือย่างกุ้งให้มีความทันสมัยมากขึ้น และคาดว่าอนาคตจะทำให้การขนส่งทางเรือของพม่ามีปริมาณมากถึง 80100 ล้านตันต่อปี ส่วนการค้าบริเวณชายแดน คาดว่าจะผ่อนปรนและยืดหยุ่นพอสมควร ในอนาคตอำนาจของรัฐบาลพม่าน่าจะขยายไปยังชายแดนมากขึ้น
ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทยพม่าล่าสุด ทหารพม่าปะทะกับกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอบริเวณตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก อีกรอบ โดยทหารพม่าใช้อาวุธหนักยิงใส่กองกำลังดีเคบีเอ เพื่อพยายามที่จะยึดพื้นที่ให้ได้ ทำให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงในฝั่งพม่านับพันคน หนีภัยการสู้รบข้ามแม่น้ำเมยเข้ามายังประเทศไทยอีกรอบ หลังจากเสียงปืนจากการสู้รบยุติไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา
สถานการณ์สู้รบครั้งใหม่นี้ ทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 2 สั่งให้โรงเรียนบ้านแม่โกนเกนประกาศหยุดเรียนอย่างไม่มีกำหนด







