
แนะคลังหั่นภาษีเงินได้
ทีดีอาร์ไอ กระทุ้งรัฐลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 18% เชื่อเอสเอ็มอีได้ประโยชน์ 1.7 แสนราย
ทีดีอาร์ไอ กระทุ้งรัฐลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 18% เชื่อเอสเอ็มอีได้ประโยชน์ 1.7 แสนราย
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลควรลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 18% จากปัจจุบันเก็บสูงสุด 30% ควบคู่กับการปรับลดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
ทั้งนี้ เนื่องจากตามข้อมูลปี 2552 พบว่าสิทธิพิเศษจากบีโอไอที่เว้นภาษีเงินได้ให้เอสเอ็มอี 8 ปี มีผู้มาใช้ประโยชน์เพียง 948 ราย แต่รัฐกลับต้องสูญเสียรายได้จากภาษีในจำนวนมาก และยังมีการสวมรอยใช้สิทธิประโยชน์เอสเอ็มอีของผู้ประกอบการรายใหญ่
ขณะที่มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เอสเอ็มอีโดยทั่วไป มีผู้ได้ประโยชน์ถึง 1.75 แสนราย หรือคิดเป็น 98.73% ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 1.77 แสนราย
นางเดือนเด่นยังเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์จากสิทธิทางภาษีให้สาธารณะรับทราบว่าเป็นใคร และทบทวนว่าผลประโยชน์ที่ได้ในปัจจุบันควรจะได้ต่อไปหรือไม่
พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนนิยามการเป็นเอสเอ็มอีใหม่ โดยใช้รายได้เป็นตัวสะท้อน ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนหรือสินทรัพย์ซึ่งอาจมีการบิดเบือนได้
ที่ผ่านมายังพบว่าการให้สิทธิประโยชน์การร่วมทุนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมีเงื่อนไขว่าเอสเอ็มอีต้องมีทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท มีเอสเอ็มอีมาใช้ประโยชน์เพียง 55 ราย ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีแบงก์มีผู้มาใช้ประโยชน์ 8,789 ราย ส่วนใหญ่เป็นนโยบายรัฐ เช่น สินเชื่อแท็กซี่ สินเชื่อกรณีราชประสงค์ ไม่ใช่เอสเอ็มอีโดยตรง
“คลังควรจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 18% จะช่วยเอสเอ็มอีได้ประโยชน์มากกว่าที่จะคลอดเกณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเยอะแยะ แต่เอสเอ็มอีไม่เคยได้ใช้สิทธิประโยชน์จริง” นางเดือนเด่น กล่าว







