
กกต.ชี้คดี258ล.ยื่นตามเงื่อนเวลา
ประพันธ์มั่นใจคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทไม่เกิดปัญหาเรื่องเงื่อนเวลา เพราะยื่นตรงตามกรอบเวลา ชี้ทุกฝ่ายควรยอมรับคำตัดสิน เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทำตามหน้าที่แล้ว
ประพันธ์มั่นใจคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทไม่เกิดปัญหาเรื่องเงื่อนเวลา เพราะยื่นตรงตามกรอบเวลา ชี้ทุกฝ่ายควรยอมรับคำตัดสิน เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทำตามหน้าที่แล้ว
นายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.ได้รับรายงานถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีว่า ได้ทำอย่างเต็มที่แล้วไม่มีการตำหนิ โดยหาก กกต.ได้รับคำวินิจฉัยฉบับเต็มแล้ว ก็จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า จะมีความเห็นหรือมีมติอย่างไรหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาที่ทำให้ศาลฯยกคำร้องคดี 29 ล้านบาท จะไม่เกิดขึ้นกับกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เพราะได้มีการยื่นให้อัยการสูงสุดตามกรอบเวลา จึงไม่น่าจะมีปัญหา
"กรณีคดี 258 ล้านบาทเป็นเรื่องที่มีเงื่อนไขระบุว่า กรณีที่ กกต. ส่งเรื่องให้ อสส. พิจารณาภายใน 30 วัน ถ้า อสส. ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ กกต. ก็ต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันพิจารณาอีกครั้งภายใน 30 วัน และคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และ อัยการสูงสุดก็ทำเสร็จภายในเงื่อนเวลาที่กำหนดแล้วจึงส่งศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่น่าจะมีปัญหาเหมือนในกรณีของคดีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท"นายประพันธ์กล่าว
นายประพันธ์กล่าวว่า ส่วนที่มีการเรียกร้องให้กกต.รับผิดชอบกับการยกคำร้องดังกล่าว เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะคดีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นดุลยพินิจเฉพาะของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่เมื่อรับเรื่องในวันที่ 17 ธ.ค. 52 แล้ว เชื่อตามเอกสารของบริษัทตรวจสอบบัญชี โดยเห็นควรยกคำร้องใน 2 ข้อหา ทั้งกรณี 258 ล้านบาท และการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท แต่เมื่อมี กกต. อีก 3 คนทักท้วง นายอภิชาตก็ตัดสินใจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และได้หลักฐานมาเพิ่มเติม แต่ศาลรัฐธรรมนูญถือเอาวันที่นายทะเบียนพรรครับรู้เรื่อง คือวันที่ 17 ธ.ค. 52 และให้ยกคำร้องเพราะพ้นระยะเวลา 15 วัน ทำให้ มติ กกต. ที่จะส่งฟ้องในภายหลังไม่มีผล โดยกฎหมายตรงจุดนี้อาจต้องไปแก้ไขในวันข้างหน้า เพราะเรื่องใหญ่ขนาดยุบพรรค ถ้าบอกว่าอายุความแค่ 15 วันมันก็ออกจะสั้นมากเกินไป
"มันก็เป็นแค่ความเห็นทางกฎหมายที่ไม่ตรงกันเท่านั้น ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นกับศาลมันห้ามไม่ได้ แต่เมื่อตัดสินแล้วทุกฝ่ายควรยอมรับ เพราะเป็นระบบที่เราต้องยึดมั่นในคำตัดสินของศาล ซึ่งต้องถือว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองและเจ้าหน้าที่ได้ทำตามหน้าที่แล้ว อยู่ดี ๆ จะให้ลาออกไป มันก็ไม่สมเหตุสมผล"นายประพันธ์กล่าว







