
สังคมแย่ เมื่อนักศึกษาใกล้ยาเสพติด
สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รวบรวมสถิติจากการสำรวจไว้เมื่อปี 2552 พบว่า ปัญหายาเสพติดในหมู่นักศึกษามี 663,290 คน (ร้อยละ 12.30) ที่ข้องเกี่ยวทั้งเป็นผู้เสพ และผู้ค้า จากจำนวนนักเรียนนักศึกษา 4,302,652 คน
สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รวบรวมสถิติจากการสำรวจไว้เมื่อปี 2552 พบว่า ปัญหายาเสพติดในหมู่นักศึกษามี 663,290 คน (ร้อยละ 12.30) ที่ข้องเกี่ยวทั้งเป็นผู้เสพ และผู้ค้า จากจำนวนนักเรียนนักศึกษา 4,302,652 คน
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
นักศึกษา ชื่อนี้การันตีได้ถึงความที่ยังเป็นเยาวชน เตรียมผลัดถ่ายสู่โลกแห่งวัยทำงาน ควบคู่การใช้ชีวิตไปกับตำรับตำราต่างๆ เพื่อปลูกฝังให้เป็นคนดี มีวิชาชีพทำมาหาเลี้ยงกินสู่สังคมของตนเอง แต่ก็มีนักศึกษาอีกหลายคน และหลายสถาบัน กำลังหากินระหว่างเรียนเช่นกัน แต่หากินด้วยการ “ค้ายา”
ที่พูดไม่ได้เกินเลยไป แต่เป็นเรื่องจริงอีกเรื่องที่สังคมต้องรับรู้ เพราะจากการตรวจสอบ และข่าวคราวในแวดวงค้ายาเสพติดต่างๆ ที่ผู้ต้องหาหลายรายซึ่งถูกจับ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักศึกษาจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการแอบแฝงเข้าไปขายพรรคพวกในมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ หรือเป็นการสร้างเครือข่ายค้าขายกันข้างนอก
และแน่นอนว่า พฤติกรรมเหล่านี้ มันสวนทางกับสิ่งที่ต้องปฏิบัติ นั้นคือการเรียนหนังสือ เพื่อให้สำเร็จในวิชาชีพ
สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รวบรวมสถิติจากการสำรวจไว้เมื่อปี 2552 พบว่า ปัญหายาเสพติดในหมู่นักศึกษามี 663,290 คน (ร้อยละ 12.30) ที่ข้องเกี่ยวทั้งเป็นผู้เสพ และผู้ค้า จากจำนวนนักเรียนนักศึกษา 4,302,652 คน ทั้งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัย ตัวเลขนี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่ามีการระบาดจริง ยาเสพติดได้บุกเข้ารั้วโรงเรียนแล้ว
ส่วนสาเหตุที่นักเรียนนักศึกษาติดยา ก็เพราะส่วนใหญ่มาจากเด็กอยากลอง เมื่อเพื่อนชวน การมั่วสุมในสถานเริงรมย์ สภาพครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น มีแหล่งจำหน่ายใกล้โรงเรียน หรือสถาบันศึกษา หรือมีเพื่อนนักเรียนเป็นผู้จำหน่าย
ยกตัวอย่างนักศึกษาที่สิ้นอนาคตทางการเรียน ต้องระเห็จพาตัวเองเข้าไปนอนคุก อย่างเช่นกรณีของนายวิทวัฒน์ หรือ ต้น งามหยดย้อย อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 2 แผนก คอมพิวเตอร์ สถาบันดังย่านฝั่งธน ที่ต้องเอาอนาคตตัวเองมาทิ้งไว้ เพราะหันเหจากนักศึกษา มาเป็นผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งทำเป็นกอบเป็นกำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับได้เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่หน้าร้านนิตยาไก่ย่าง ใกล้สะพานพระนั่งเกล้า อ.เมืองนนทบุรี พร้อมยาบ้า 4,000 เม็ด
แต่ที่ต้องตะลึงอีก ก็คือเมื่อนำตัวผู้ต้องหาที่เป็นอนาคตของชาติ ไปค้นห้องพักคอนโดหรูใกล้แยกพระนั่งเกล้า ก็พบยาอีก 20,000 เม็ด สิ้นสุดสภาพนักศึกษา และไปเริ่มต้นสภาพนักโทษชายในคุกต่อไป
อีกรายก็เป็นนักศึกษาสถาบันดัง กลางเมืองอุดรธานี เรียนคณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 5 ที่ถูกตำรวจรวบขณะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า ซึ่งอยู่ในหอพักของสถาบันศึกษาของตนเอง พากลับไปค้นยาเจออีกกว่าร้อยเม็ด แถมรับสารภาพสิ้น ทำร่วมกับแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นนักศึกษาของสถาบันดังกลางเมืองขอนแก่น ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน จนออกรถเก๋งคันงามได้เลย แต่สุดท้ายหนีความไม่ผิดไม้พ้น รถก็ไม่ได้ใช้ เงินก็ไม่ได้จับ ต้องไปนอนคุกอีกราย
สองรายข้างต้นเป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งในสังคมไทย ที่ต้องยอมรับกันว่าในสถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาต่างๆ ยังคงมีสิ่งชั่วร้าย พฤติกรรมที่ส่งเสริมให้สังคมต้องแหลกลาญด้วยยาเสพติดมีอยู่มาก
คนที่ต้องปราบปราม ก็แสนจะเอือมระอากับพฤติกรรมของนักศึกษา ทั้งในสถาบันศึกษาเอง หรือผู้ที่อยู่ในหน้าที่หลักอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ
เรื่องนี้ภาพที่ฉายอย่างชัดเจนถึงพฤติกรรมของนักศึกษาค้ายา พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รองผกก.สส.ตำรวจภูธรภาค 1 เล่าให้ฟังว่า พฤติกรรมที่ทำให้เยาวชนของชาติ อย่างนักเรียนนักศึกษา หันเหมายึดตัวเองเป็นพ่อค้ายาเสพติด ก็เพราะเด็กๆ มองเห็นว่า โทษทัณฑ์ที่ได้รับหากถูกจับ อาจไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเยาวชนที่ก่อเหตุค้ายาก็เป็นพวกอายุไม่เกิน 18 ปี แน่นอนว่ากระบวนการเอาผิด หรือการสอบสวนย่อมแตกต่างกับผู้ใหญ่ เช่น เมื่อถูกจับ ศาลาอาจเมตตาให้ประกันตัว หนำซ้ำยังใช้หลักทรัพย์ไม่กี่บาทก็ประกันตัวได้ เมื่อเห็นโทษไม่หนัก ก็ออกมาป่วนอีก ไม่เข็ดหลาบ
“เมื่อเด็กมันเห็นว่าหาเงินได้ง่าย อีกทั้งส่วนใหญ่ก็ติดยา จึงหันเหมาเป็นเด็กเดินยาเอง เอายาไปขาย หักกำไรได้ยามาเสพอีกด้วย ทำให้พวกนี้จะมีเครือข่ายของตนเอง มีแหล่งเดิน เมื่อตำรวจตามจับตามปราบ เมื่อพ้นโทษไม่นานก็ออกมาป่วนอีก เป็นวนเวียนเช่นนี้ แต่สำหรับนักศึกษา ส่วนใหญ่ก็สืบทอดมาจากพวกนักเรียน จากเครือข่ายเดิมที่เคยขาย แต่เมื่อพ้นอายุ 18 ปี การสอบสวน กระบวนการเอาผิดก็ต้องเป็นเหมือนผู้ใหญ่ทั่วไป แต่พวกนี้ก็ไม่กลับ ก็เพราะมีพฤติกรรมเก่าๆ ที่ติดตัวเองมา พวกนี้จะมองมติในการขายยาได้ 2 แบบ คือ ได้ยามาขายได้กำไร และมียาไว้เสพ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้”
นักสืบแห่งภูธรภาค 1 ยังเผยให้ฟังอีกว่า ปัจจัยเพื่อนถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เด็กหันเหมาติดยา เพราะลองพิจารณาดู ในเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ การชักจูงไปในทางที่ผิดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งก็ต้องให้เด็กเลือกคบเพื่อนเอาเอง ว่ากลุ่มไหนเหมาะ กลุ่มไหนดี กลุ่มไหนเสียหาย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการปลูกฝังของผู้ปกครองเอง อีกอย่าง กลุ่มนักศึกษาหญิงสมัยนี้ บางส่วนที่ติดยาก็มี ติดกันงอมแงมไปหมด เมื่อไม่มีเงินไปซื้อยา แน่นอน ร่างกายของตัวเองก็ต้องสังเวยไปด้วย มันเลยทำให้สังคมยิ่งเลวทรามเข้าไปใหญ่
ตร.เตือนตั้งใจเรียนอย่าริค้ายา
เรื่องนี้พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน ทิ้งท้ายฝากน้องๆ นักเรียนนักศึกษาถึงพิษภัย และโทษอันตรายของยาเสพติดไว้ว่า “การหลีกเลี่ยงก็ไม่ยาก ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ายาเสพติดมันมีโทษอันตราย ทั้งต่อตนเอง และสิ่งแวดล้อมรอบด้าน หากถูกจับมา แน่นอนว่าประวัติเสียหาย หมดอนาคต ทำมาหากินลำบาก จะกลับตัวกลับใจก็ยากอีก
ประวัติถือเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้เยาวชนมองเห็นจุดนี้ เพราะเมื่อถูกจับทำประวัติ ไปสมัครงานที่ไหนใครเขาก็ไม่อยากจะรับ อีกอย่างก็ให้เลือกคบเพื่อน เชื่อฟังคำสอนของผู้ปกครอง ตั้งใจเรียน ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ง่ายๆ แค่นี้ รับรองอนาคตรุ่งแน่นอน







