
นายกฯ ขึ้นศาลสืบพยานฟ้องหมิ่นจตุพร
นายกรัฐมนตรี ขึ้นศาลสืบพยานโจทก์นัดแรก คดี จตุพร หมิ่นประมาท กล่าวหาเป็นฆาตกรเปื้อนเลือด ยันไม่มีแดงตายเมษาเลือด
นายกรัฐมนตรี ขึ้นศาลสืบพยานโจทก์นัดแรก คดี จตุพร หมิ่นประมาท กล่าวหาเป็นฆาตกรเปื้อนเลือด ยันไม่มีแดงตายเมษาเลือด
วันนี้ ( 30 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ครั้งแรกในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีกล่าวปราศรัยบนเวที นปช.ที่วัดไผ่เงิน ดอนเมือง กล่าวหาว่าโจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีมือเปื้อนเลือด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.52
โดย นายกรัฐมนตรี เบิกความยืนยันต่อศาลว่า ไม่มีคนเสื้อแดงเสียชีวิตในชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อเดือนเมษายน 2552 ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ย่านตลาดนางเลิ้งเกิดจากการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมเอง นอกจากนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัดฉากให้เกิดความวุ่นวายในการประชุมอาเซี่ยนซัมมิท ที่พัทยา แต่นายจตุพรเองเป็นผู้ปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดง ให้บุกเข้าไปขัดขวางการประชุม
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า วันที่คนเสื้อแดงบุกทุบรถตนนั่งอยู่ในรถคันนั้นจริง โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ในรถคันที่ถูกทุบด้วยเช่นกัน โดยคนขับรถพยายามฝ่าวงล้อมของคนเสื้อแดง ประมาณ 20 นาที จึงตัดสินใจขับรถชนประตู ก่อนขับออกไปจากกระทรวงมหาดไทยได้ ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบสภาพความเสียหายของรถ พบว่าหม้อน้ำได้รับความเสียหาย ยางรถยนต์ถูกกรีด และตัวถังของรถไม่สามารถใช้การได้ ปัจจุบันรถคันดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้งานได้
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำภาพถ่าย เป็นภาพนิ่งของตน ที่ถ่ายไว้ภายในรถคันที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทุบ มาเบิกความยืนยันต่อศาลว่า อยู่ในรถคันที่เกิดเหตุจริง ไม่ได้เป็นไปตามที่นายจตุพรกล่าวอ้างว่า มีการจัดฉากแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ภายหลัง เบิกความแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ถึงผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์







