posttoday
เป้าหมายลดทุจริตปีละแสนล้านหมูไปครับคุณกรณ์

เป้าหมายลดทุจริตปีละแสนล้านหมูไปครับคุณกรณ์

30 พฤศจิกายน 2553

....สุมิท แช่มประสิทธิ์

หลังจากเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริตครั้งที่ 14 (International Anti–Corruption Conference : IACC) ช่วงวันที่ 1013 พ.ย. 2553 ที่ผ่านมา ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน จากกว่า 135 ประเทศ ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่มีผลผูกพันกับอนาคตของประเทศชาติอย่างยิ่ง แต่ก็กลับกลายเป็นเสมือนก้อนหินอีกก้อนที่โยนลงกลางสระใหญ่ให้น้ำกระเพื่อมได้นิดเดียวแล้วก็สงบลง ปล่อยให้ภาวะยอมจำนนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันดำรงอยู่ต่อไป

ดังที่สะท้อนผ่านผลสำรวจที่พบว่า ประชาชนถึงร้อยละ 76.1% ที่มีทัศนคติยอมรับให้รัฐบาลคอร์รัปชัน แต่ขอให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี ในความเป็นจริงไม่ต้องใช้โพลสำนักไหนมาสำรวจ เอาแค่เหตุการณ์วิกฤตสองท่วมทั้งเงินดอลลาร์ท่วมประเทศ และน้ำท่วมใหญ่เกือบครึ่งประเทศที่ผ่านมา ซึ่งเกิดใกล้เคียงกับการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต ก็จะเห็นความตื่นตัวเรียกร้องให้มีการแก้ไขวิกฤตสองท่วมมากกว่าเรื่องวิกฤตการณ์คอร์รัปชันมากมายหลายเท่าทีเดียว

โดยเฉพาะกรณีวิกฤตน้ำท่วม เราก็กลับเห็นพฤติกรรมพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชัน แม้กระทั่งบุญทาน การเบียดบังหรือการโกงบุญโกงทานมีให้เห็นมากมาย ตั้งแต่ชาวบ้านที่เบียดบังเอาของแจกมากกว่าความจำเป็น โดยไม่รู้จักแบ่งปันให้ผู้ที่เดือดร้อนจริง เจ้าหน้าที่หรือผู้นำท้องถิ่นบางคนก็นำของที่ส่งมาช่วยเหลือไปแยกขาย บางท่านก็ไม่มียางอาย เอาของที่ได้รับบริจาคมาติดนามบัตรหรือใส่ห่อใส่ถุงที่มีชื่อตัวเองหรือองค์กรตนเองอยู่ แล้วนำไปแจกให้คนเข้าใจผิด

จนมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ศูนย์อาสาประชาชนฟื้นฟูภัยพิบัติ (ศอบ.) เสนอความคิดว่า จะขอจัดพิมพ์สติกเกอร์ติดทุกถุงความช่วยเหลือว่า “ผู้ที่ได้รับของบริจาค โปรดอย่าได้หลงซาบซึ้งกับสิ่งของที่นำมาแจก เพราะมาจากการบริจาคหรือเงินงบประมาณ ไม่ใช่ของส่วนตัวของผู้ใด”

ขบวนการโกงบุญโกงทานโกงความช่วยเหลือยังไม่หยุดแค่นั้น ยังลุกลามไปใส่ชื่อผี ใส่ชื่อสวมสิทธิ หรือหักหัวคิวเงินช่วยเหลือต่างๆ จนขณะนี้เริ่มมีภาคประชาชนหลายกลุ่มชวนกันจัดตั้งกลุ่มติดตามจับและค้นหาข้อมูลกลุ่มพวกโกงบุญโกงทานเอามาประจาน เอามารับโทษ เพื่อช่วยทำบุญให้ผู้กระทำกรรมเหล่านี้จะได้ชดใช้กรรมเสียในชาตินี้ ไม่ต้องเก็บเอากรรมไปใช้ในชาติหน้า และชาติต่อๆ ไป

หากจะโทษว่าสังคมให้ความสนใจต่องานใหญ่ระดับโลกเช่นนี้น้อยไปก็คงจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว แต่ต้องโทษว่ากิจกรรมที่ดำเนินอยู่ขาดความน่าสนใจ ขาดรูปธรรมที่ทำให้มองเห็นว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาคอร์รัปชันในทางปฏิบัติได้อย่างไร และก็คงจะเหมือนกับเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญเรื่องอื่นๆ ที่ไม่พ้นจะวนเวียนอยู่กับเรื่องแค่สองกรรม คือ วาทกรรม และพิธีกรรม เพราะหลังจัดพิธีกรรมสัมมนาให้คนเป็นพันมาใช้วาทกรรมกันอย่างท่วมท้น สุดท้ายก็จบลงด้วยอีกหนึ่งวาทกรรมร่วม เรียกว่า ปฏิญญากรุงเทพฯ

เนื้อหาก็ดูดีแบบนามธรรมทั่วไป แต่ไม่เห็นมีอะไรใหม่จับต้องได้ หากต้องการผลสรุปแค่นั้น คงจะแพงมากสำหรับการลงทุนจัดงานร่วม 30 ล้านบาท แค่เพียงไปค้นคว้ารวบรวมจากงานวิจัยของนักวิชาการไม่กี่ท่านรวมกัน ก็จะครอบคลุมเนื้อหาได้มากกว่านี้ แค่ของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ท่านเดียวที่ได้สรุปแนวทางและวิธีการป้องกันและการปราบคอร์รัปชันต่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ในปี 2549 ก็น่าจะได้เนื้อหาไม่น้อยไปกว่าที่ประชุมกันหลายวัน

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่หลักการ แต่อยู่ที่การนำไปปฏิบัติ ซึ่งต้องขอชมความคิดริเริ่มดีๆ ของท่าน รมว.คลัง กรณ์ จาติกวณิช ที่มีแผนจะตัดงบในโครงการที่ส่อเค้าทุจริตให้ได้ปีละแสนล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการสร้างงบประมาณให้เข้าสู่จุดสมดุล

ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นรายละเอียดวิธีการดำเนินการ แต่ก็เชื่อมั่นว่าทีมผู้บริหารกระทรวงการคลังชุดทีมงานคนหนุ่มชุดปัจจุบันน่าจะเป็นดรีมทีม สามารถหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ ที่ทำงานแบบสองกรรม เน้นวาทกรรมถึงพิธีกรรม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงเป้าหมายแค่ปีละแสนล้านก็น่าจะน้อยนิดเกินไป เมื่อเทียบกับยอดเงินที่หมดไปกับการทุจริตคอร์รัปชันที่ทะลุค่าเฉลี่ย 20% ไปเป็น 30 ถึง 40%แล้ว

ขณะนี้เมล็ดพันธุ์แห่งการไม่ยอมจำนนยังพอมีเชื้อมีเมล็ดกระจายตัวไปทุกหย่อมหญ้าในทุกวงการ โดยเฉพาะในระบบราชการ เพียงแต่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปตกอยู่บนผืนดินที่แห้งแล้งเสมือนกับแผ่นดินที่ผ่านการเผาทำลายวัชพืชและสิ่งมีชีวิตในดิน ตลอดจนการทำลายล้างจากปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จนเป็นแผ่นดินที่ไร้ชีวิต

หากคุณกรณ์จะสร้างคุณูปการด้วยการรดน้ำพรวนดินบำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ เมล็ดพันธุ์แห่งความไม่ยอมจำนนต่อการทุจริตคอร์รัปชันก็จะเจริญงอกงามขึ้นมา ช่วยให้ภารกิจของกระทรวงการคลังที่ตั้งไว้สำเร็จได้โดยง่ายดาย

การพรวนดินเพื่อปรับสภาพแวดล้อมให้เมล็ดพันธุ์ไม่ยอมจำนนในระบบราชการ หากข้าราชการไม่ยินยอมและขัดขวางก็ไม่มีทางสำเร็จ ถึงสำเร็จก็ไปไม่รอดในทางปฏิบัติ ก็หมายถึงกฎระเบียบต่างๆ เช่น ระเบียบงบประมาณที่เป็นอุปสรรคต่อการประหยัดการใช้งบประมาณ การไม่ให้ของบเพิ่ม ไม่ให้เก็บไว้ใช้ต่อหากประหยัดเก่งและใช้ไม่หมดในปีงบประมาณ เผลอๆ ใครที่ใช้งบไม่หมดกลับถูกสอบสวนอีกต่างหาก จึงมีมหกรรมรีบถลุงใช้งบให้หมดในช่วงปลายปีในทุกๆ ปี

หากจะเปรียบเงินเดือนเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตข้าราชการ ยอมรับว่าน้อยเกินไปในทุกระดับที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ เงินเดือนไม่ถึงหมื่นของข้าราชการชั้นผู้น้อย หากต้องดูแลครอบครัวที่มีภรรยาหนึ่งลูกอีกสอง ต้องเช่าบ้านในเมือง ข้าวต้องซื้อกิน จะอยู่ได้อย่างไร ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อาจจะมีเงินเดือนหลายหมื่น แต่การทำงานที่รับผิดชอบสูงๆ ให้สำเร็จสมบูรณ์ได้จริง ต้องอาศัยทรัพยากรส่วนตัว และต้องมีน้ำใจจ่ายภาษีสังคมตลอดเวลา

จากความคาดหวังที่สูง ข้าราชการทุกคนเมื่อเริ่มเข้ารับราชการต่างมีจิตใจบริสุทธิ์ แต่จะคาดหวังให้ทุกคนทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับของครอบครัวทนเห็นลูกเมียต้องเดือดร้อนได้อย่างไร หากท่านรัฐมนตรีคลังจะกล้าตั้งเป้าปรับเงินเดือนอย่างก้าวกระโดดให้พอเพียงต่อปัจจัยค่าครองชีพ เช่น ปรับเพิ่ม 3 เท่าสำหรับชั้นผู้น้อย 2 เท่าสำหรับชั้นผู้ใหญ่ หลายท่านคงจะสวนกลับทันทีว่า ต้องใช้เงินจำนวนมาก จะเอาเงินมาจากไหน

ลองค่อยๆ คิด ถ้าหากปรับระเบียบว่าเงินงบประมาณที่ประหยัดได้ในแต่ละปี ให้โยกเข้างบพิเศษ เชื่อว่างบปรับเงินเดือนจะพอเพียง ทุกคนจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จะช่วยกันประหยัดช่วยกันจับผิดคนโกงและคนช่วยโกง เพราะหมายถึงอนาคตตนเองและครอบครัว เพียงไม่เกิน 34 ปีต่อเนื่องกัน จะมีเงินในกองทุนทะลุหลักล้านๆ บาท เหลือพอจะใช้ขึ้นเงินเดือน 23 เท่า

ขณะเดียวกัน ก็มีเวลาเพียงพอที่จะปรับลดจำนวนคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งหากทำพร้อมๆ กันทั้งระบบ ยอดเงินสุทธิหลังเพิ่มเงินเดือนและลดปริมาณคนลง เงินเดือนสุทธิที่ต้องจ่ายเพิ่มอาจไม่มากมายอะไรก็ได้

ผมไม่อยากให้ความคิดริเริ่มดีๆ ของรัฐมนตรีคลังแค่ปรากฏเป็นข่าววันเดียวในหน้าหนังสือพิมพ์แล้วเงียบหายไป แต่ภาวนาให้เกิดผลในทางปฏิบัติด้วยการมีส่วนร่วมจากข้าราชการทั่วประเทศด้วย ก็จะเสมือนการรดน้ำที่เต็มไปด้วยอินทรีย์สาร ด้วยเงินเดือนที่เพิ่มอย่างพอเพียง การปรับกฎเกณฑ์และระเบียบงบประมาณเหมือนการพรวนดินเพื่อหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ การไม่ยอมจำนนต่อเรื่องทุจริตคอร์รัปชันได้เจริญงอกงามเติบโตขึ้นเป็นพันธุ์ไม้ใหม่เต็มแผ่นดิน แผ่นดินก็จะกลับมีความร่มเย็น มีความสมบูรณ์ฟื้นคืนมาเป็นการคืนชีวิตให้แผ่นดิน

ท้ายที่สุด เป้าหมายแค่ปีละแสนล้านของกระทรวงการคลังก็จะบรรลุได้อย่างง่ายดาย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69