posttoday
วินวิน ปชป.รอด พท.ได้สองมาตรฐาน

วินวิน ปชป.รอด พท.ได้สองมาตรฐาน

30 พฤศจิกายน 2553

 ผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ขับเคี่ยวมาอย่างยาวนานได้ข้อสรุป เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยสั้นกระชับ ยกคำร้องประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์ ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยมติ 4 ต่อ 2

 ผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ขับเคี่ยวมาอย่างยาวนานได้ข้อสรุป เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยสั้นกระชับ ยกคำร้องประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์ ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยมติ 4 ต่อ 2

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

 

วินวิน ปชป.รอด พท.ได้สองมาตรฐาน

ผลคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ขับเคี่ยวมาอย่างยาวนานได้ข้อสรุป เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยสั้นกระชับ ยกคำร้องประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์ ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยมติ 4 ต่อ 2

ไม่เหนือความคาดหมายสำหรับพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ที่ทำนายผลล่วงหน้ายังไงก็ไม่มียุบ

บรรยากาศในพรรคเพื่อไทยไม่ตื่นเต้น เพราะอารมณ์คนเสื้อแดงไปไกลแล้วว่า ประเทศนี้มี “สองมาตรฐาน” แค่อยากรู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะหาเหตุผลมาอธิบายที่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร

ทว่า ในทางการเมืองถือว่า “วินวิน” ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์

พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลต่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรียาวไปถึงการเลือกตั้ง ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ใช่จะโศกเศร้า ลึกๆ แล้วแฮปปี้ ที่ทุกอย่างเข้าทางตามหมากที่วางไว้ เพราะไม่ต้องการให้ผลออกมา “ไม่ยุบพรรค” จะได้ใช้ปลุกระดมคนเสื้อแดง สร้างคะแนนนิยมให้พรรคเพื่อไทย

ไม่ยุบก็ตอกย้ำวาทกรรม “สองมาตรฐาน” ตามที่แกนนำคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยใช้เป็นโครงหลัก ปลุกระดมในการต่อสู้ช่วงปีกว่าที่ผ่านมา

กระนั้น บรรยากาศที่อยู่ในช่วงความขัดแย้ง แตกแยกสูง คนที่ไม่พอใจรัฐบาลและกองทัพก็ไม่สนใจเนื้อหาและข้อเท็จจริงของคำตัดสิน แต่ใช้อารมณ์เคียดแค้นเป็นหลักว่า “ข้าทำอะไรผิดหมด เอ็งทำอะไรถูกหมด”

ถามว่า ผลสะเทือนจากคำตัดสินไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จะรุนแรงแค่ไหน

หนึ่ง คือ อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้จากกลุ่มใต้ดินที่ไม่พอใจคำวินิจฉัย ฝ่ายความมั่นคงจับตาเครือข่ายเสื้อแดงสายเหยี่ยวที่เชื่อในความรุนแรงกดดันรัฐบาล จากนี้จนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่อาจตอบโต้ด้วยมาตรการ

สอง ในระยะยาว พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงอย่างที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” พูดไว้ ถ้าผลออกมาไม่ยุบพรรค ก็ถือว่า “เข้าตีน” ดังนั้นคนเสื้อแดงไม่ต้องห่วงและไม่ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญในวันตัดสิน เพื่อลดภาพว่าคนเสื้อแดงก้าวร้าว ไม่ได้ไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย เคยทำนายผลล่วงหน้าแล้วว่า “ไม่ยุบ” เพราะมีช่องที่ศาลรัฐธรรมนูญออกได้ คือประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์ เหมือนคำวินิจฉัยที่ออกมาว่า กกต.ไม่มีอำนาจฟ้อง และภาวนาไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จะได้หาเสียงได้ง่าย โอกาสจะชนะเลือกตั้งปีหน้าแบบถล่มทลายมีสูงด้วยประเด็น “สองมาตรฐาน”

พรรคเพื่อไทยประเมินผลการต่อสู้ที่ผ่านมาถือว่าพอใจ เพราะถึงไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็สาหัสจากคลิปที่ออกมาทำลาย จนเปรียบเปรยกันในพรรคว่า งานนี้คุ้มเกินคุ้ม ได้ทั้งประเด็นสองมาตรฐานมาขับเคลื่อน และศาลรัฐธรรมนูญก็บอบช้ำ

ที่จะเป็นบททดสอบง่ายๆ จากผลไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ คือ การเลือกตั้งซ่อม สส. 5 เขต ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย ขอนแก่น สุรินทร์ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพฯทั้ง 5 พื้นที่เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลต่างหลีกทางให้กัน เพราะไม่ต้องการตัดคะแนนเจ้าของพื้นที่เดิม จะได้รวมหัวสู้กันเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับพรรคเพื่อไทย

ถ้าแยกแล้วใน 5 พื้นที่มี 2 พื้นที่ที่ภูมิใจไทยปะทะกับเพื่อไทย จ.นครราชสีมา ที่น่าจะเดือดรุนแรงที่สุด ชิงกันระหว่าง บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย จากภูมิใจไทย กับผู้สมัครเพื่อไทย จ.สุรินทร์ เช่นกันภูมิใจไทยประจัญกับเพื่อไทย

อีก 2 เขต แข่งกันระหว่างเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ คือ กรุงเทพฯ เต็งหนึ่ง อภิรักษ์โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. เจอกับเพื่อไทย และ จ.ขอนแก่น ระหว่างเจ้าของพื้นที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เพื่อไทย กับประชาธิปัตย์

ส่วนเขตสุดท้ายระหว่างชาติไทยพัฒนากับเพื่อไทย โดย เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต รมช.คมนาคม พรรคบิ๊กเติ้ง กับเพื่อไทย

เพื่อไทยตั้งเป้า 34 ที่นั่ง คือ ขอนแก่น สุรินทร์ ส่วนพื้นที่หินคือ นครราชสีมากับพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 40 ต่อ 60

แรงส่งจากคำวินิจฉัย “ไม่ยุบ” ซึ่ง “บิ๊กเหลิม” ใช้หาเสียงระหว่างการทัวร์อีสานใน 4 จังหวัดจนถึงวันเลือกตั้ง คงง่ายขึ้น จนคาดว่าอาจชนะถล่มทลาย

อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรควิเคราะห์ว่าผลตัดสินไม่ยุบประชาธิปัตย์ คงไม่ส่งผลอะไรมากนักในการเลือกตั้งซ่อม เพราะคนเสื้อแดงมี ความชัดเจนแล้ว เพียงแต่นี่เป็นการ “ตอบโจทย์” สิ่งที่พรรคและคนเสื้อแดงเคยอธิบายว่า จะไม่มีการยุบพรรคเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีตัวช่วย

แต่ใน จ.ขอนแก่น ที่เพื่อไทยสู้กับประชาธิปัตย์โดยตรง นอกจากประชาธิปัตย์จะเป็นรองทุกขุมแล้ว เชื่อว่าจะถูกแรงเคียดแค้นจากการ “ไม่ยุบประชาธิปัตย์” ซ้ำเข้าไปอีก

ขณะที่กรุงเทพฯ อีกนคราในเมืองที่มองการเมืองต่างจากรากหญ้า ที่เน้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงไม่ส่งต่ออะไรมากกับประชาธิปัตย์ที่ยังแรงในเมืองหลวง อีกทั้งคนชั้นกลางอยากเห็นทุกอย่างมีข้อยุติ ไม่เกิดความอลหม่านจากผลคำตัดสิน

สาม คำตัดสินไม่ยุบ อีกด้านจะส่งต่อแผนปรองดอง ที่แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีการประสานภายในระหว่างกองทัพ แกนนำคนเสื้อแดงสายพิราบ กลุ่ม 111 ไทยรักไทย เพื่อให้มีการประกันตัวแกนนำ นปช.ชั่วคราวในเรือนจำ แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกมองว่า เบี้ยว อ้างว่าเป็นเรื่องของศาล

ผลทั้งหมดทำให้การเมืองจมปลักไปด้วยไฟความแค้น อีกต่อไปเชื่อว่าจากนี้จนถึงปีหน้าการเมืองยังเข้มข้นต่อไป แต่ลึกๆ แล้วนี่คือเกมที่วินวินกันทุกฝ่าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท