
พท-นปช.อัดสองมาตรฐาน 'มาร์ค' เดินหน้าฟื้นประเทศ
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้องไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นฟ้องล่าช้า ทำให้ขาดอายุความนั้น สส.พรรคเพื่อไทยต่างออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน
“
เป็นไปตามที่คาด หลายคนคาดการณ์ผลล่วงหน้าแล้ว เป็นสองมาตรฐาน ทุกคนรับรู้เรื่องนี้ วันนี้คงต้องกลับไปคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าจะทำอย่างไร ต้องถามว่าสังคมจะเอาอย่างไรกับผลตัดสินนี้ คนผิดไม่ได้รับการลงโทษ ใช้เงินประชาชนในตลาดหลักทรัพย์โดยมิชอบ แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร” นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสส.แพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มติ 4 ต่อ 2 นั้น มีการพูดกันมาก่อนแล้ว หลุดออกมาจากคนในพรรคประชาธิปัตย์เอง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ขอเวลาดูข้อมูลให้ละเอียดก่อน ส่วนการชุมนุมของคนเสื้อแดงรอหารือกันอีกครั้ง
นายประเกียรติ นาสิมมา สส.สัดส่วน ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อฟังคำวินิจฉัยของศาลแล้วรู้สึกสับสนพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่ายื่นฟ้องเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดจึงไม่รับวินิจฉัย เพราะกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลา
อย่างไรก็ตาม คดีนี้คิดว่าคงทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว จะมีการฟ้องอีกครั้งก็คงไม่ได้ ต้องไปดูคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทต่อไป
ขณะที่นายศรีวรรณ จันทร์ผง แกนนำ นปช.เชียงใหม่ กล่าวว่า คำตัดสินที่ออกมาเช่นนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าฝ่ายผู้มีอำนาจไม่ยอม และเป็นการเพิ่มความชัดเจนของเรื่องสองมาตรฐานซึ่งมีอยู่แล้วให้มากขึ้น ยิ่งเพิ่มดีกรีความขัดแย้งของคนในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต่างแสดงความดีใจที่ศาลตัดสินยกฟ้อง
“
ผลออกมาเป็นเช่นนี้ เชื่อว่าทุกฝ่ายก็โล่งอก ยอมรับว่าใจหายใจคว่ำมาตั้งแต่เช้าแล้ว ถึงตอนนี้ก็โล่งใจแทนนายกรัฐมนตรี” นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครรู้ผลการตัดสินมาก่อน ส่วนที่เคยให้สัมภาษณ์ล่วงหน้าว่าจะยกคำร้องด้วยเสียง 4 ต่อ 2 ก็เป็นเพียงแต่การคาดการณ์เท่านั้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแล้วสังคมจะต้องยอมรับกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ
“
ผมมีเรื่องที่ต้องดูแลแก้ไขปัญหาเยอะ ซึ่งต้องทำหน้าที่ต่อไปในการดูแลปัญหาบ้านเมือง ทั้งเรื่องของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมและการปรองดอง ไม่ได้มีความกังวลอะไรเป็นพิเศษ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้านนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 93 ระบุชัดให้นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องยื่นคำร้องขอให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ภายใน 15 วัน แต่การที่ กกต.ทำผิดขั้นตอนโดยไม่ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดถือเป็นเรื่องผิดคาดและบทเรียนครั้งสำคัญของ กกต.
ทั้งนี้ เพราะสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากอยากทราบก็ยังไม่มีคำตอบ และทำให้ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าจริงๆ แล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ทั้งในเรื่องการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งในส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อคดีการใช้เงินบริจาคพรรค 258 ล้านบาทของทีพีไอด้วย
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ต่อไปนี้สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน รวมทั้งภาคประชาชนบางส่วนที่ต่อต้านรัฐบาล ส่วนศาลรัฐธรรมนูญถือว่าได้ผ่องถ่ายความกดดันมาที่ กกต. เพราะปัญหาเกิดจากที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นไม่ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด อีกทั้งก็ไม่มีใครคาดคิดว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นศาลรัฐธรรมนูญน่าจะยกคำร้องตั้งแต่ต้น







