
คลังวางกรอบรีดรายได้เพิ่ม5ปี
“กรณ์” สั่งทุกกรมหาทางเพิ่มรายได้ รับงบสมดุลรัฐสวัสดิการ 5 ปีข้างหน้า ยันงบประมาณรายจ่าย 2 ล้านล้านบาทต่อปี กระตุ้นเศรษฐกิจ
“กรณ์” สั่งทุกกรมหาทางเพิ่มรายได้ รับงบสมดุลรัฐสวัสดิการ 5 ปีข้างหน้า ยันงบประมาณรายจ่าย 2 ล้านล้านบาทต่อปี กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดทำแผนงบประมาณสมดุล 5 ปี ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นประธาน ได้ประมาณการรายจ่ายในช่วง 5 ปีข้างหน้า ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี โดยจะต้องควบคุมรายจ่ายประจำและเพิ่มรายได้รัฐเพื่อให้มีเงินลงทุนเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ขณะที่ได้มีการหารือถึงการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร และการเก็บภาษีบาปและภาษีสิ่งแวดล้อมของกรมสรรพสามิต แต่ยังไม่ได้มีการสรุปว่าจะออกมาอย่างไร
“ยังไม่มีการสรุปชัดเจนว่าจะมีการขึ้นหรือลดภาษีในตัวไหนบ้าง โดยให้แต่ละกรมภาษีไปศึกษาและทำแผนการปฏิบัติตามกรอบที่เสนอมา” นายอารีพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีการประมาณการว่าการเก็บรายได้แต่ละปีต้องไม่น้อยกว่า 17% ของจีดีพี จากปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่แน่นอนมีทั้งต่ำและสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับรายจ่ายที่สำคัญใน 5 ปี ข้างหน้า อาทิ โครงการเรียนฟรี 12 ปี ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและประชาชนในโครงการประกันสุขภาพทั่วหน้า โครงการประกันพืชผลเกษตรกร และการตั้งกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ (กอช.)
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า นายกรณ์ ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 3 ชุด ได้แก่ อนุกรรมการพิจารณาได้รายได้มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน อนุกรรมการด้านรายจ่าย มีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นประธาน และอนุกรรมการได้ด้านการลงทุนมีเลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน
นายสมชัย จิตสุชน นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หากมีการปฏิรูประบบภาษีอย่างจริงจัง รัฐจะสามารถดูแลสวัสดิการพื้นฐานถ้วนหน้าได้ เนื่องจากประเมินพบว่าในปี 2553 รัฐมีค่าใช้จ่ายสวัสดิการสังคมไม่น้อยกว่า 2.55 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รัฐต้องแก้ปัญหาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เก็บได้ต่ำมาก ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บสูงกว่าคู่แข่ง ภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บในอัตราต่ำที่สุดในโลก และภาษีส่งเสริมการลงทุนที่รัฐต้องสูญเสียรายได้ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท
ขณะที่ภาษีทรัพย์สินจากร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะทำให้รัฐมีรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 1.12 แสนล้านบาท และไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนชาวนา เพราะเป็นภาระต่องบประมาณมาก







