
เปิดคำแถลงปิดคดียุบปชป.
เปิดคำแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29ล้านบาท "กกต." ชี้ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง ด้าน "ชวน"อ้างมีกระบวนการสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายปชป.
เปิดคำแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29ล้านบาท "กกต." ชี้ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง ด้าน "ชวน"อ้างมีกระบวนการสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายปชป.
เมื่อเวลา 9.30 น. การแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดย นายกิตินันท์ ธัชประมุข อัยการพิเศษฝ่ายคดี 5 สำนักงานอัยการสูงสุดผู้แถลงปิดคดีของฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้องเป็นผู้แถลงเป็นคนแรก ระบุการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดกฎหมายพรรคการเมืองจริง
ทั้งนี้ อัยการฝ่ายผู้ร้องยืนยันว่า การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ อัยการผู้ร้องได้ดำเนินการตามหน้าที่โดยละเอียดรอบคอบ และเป็นไปตามข้อเท้จจริงและข้อกฎหมาย ไม่มีอคติ ไม่ถูกกดดันหรือไม่ได้ทำด้วยความหวาดกลัวภายใต้อิทธิพลจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อีกทั้งยังมีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้แสดงหลักฐานอย่างเต็มที่
โดยได้ชี้แจงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้ง 5 ประเด็น อีกทั้งการสอบสวนยังชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย อีกทั้งยังดำเนินการอย่างมีหลักฐานชัดเจนว่าพรรคผู้ถูกร้องทำผิดวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง เนื่องจากมีการดำเนินการไปก่อนที่จะได้รับอนุมัติ ขณะที่กฎหมายกำหนดว่าการใช้เงินต้องเป็นไปตามปีปฏิทิน แต่ปรากฎว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จในภายหลังที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ดังนั้น จึงมีความเห็นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคที่ถูกร้อง และมีคำสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องให้ยุบพรรค ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือเข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ด้วยเช่นกัน
จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงปิดคดีด้วยวาจา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.15 นาที โดยชี้ให้เห็นว่าที่มาของคดีและกระบวนการขั้นตอนจนนำไปสู่การฟ้องร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีพิรุธและไม่เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง รวมถึงมีแรงกดดันแทรกแซงด้วยการตั้งธงที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้
ที่มาของคดีดังกล่าวมีขบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นผลพวงมาจากระบอบทักษิณในการสร้างพยานเท็จ ที่จะพยายามเอาผิดโยงมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการ กกต.ในที่ทำหน้าที่สอบสวนข้อกล่าวหาจะมีมติเป็นเอกฉันท์ถึง 3 ครั้งแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิดทั้งกรณีการใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์ และกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท
แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังไม่รับพิจารณาแต่สั่งให้สอบเพิ่ม จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาและมีมติล่าสุดเมื่อ 12 เม.ย. 53 โดย 6 ใน 11 มีมติว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความผิด ขณะที่มีข้อพิรุธคือคำแถลงส่วนตนของอนุกรรมการเหมือนกันทุกตัวอักษร
นายชวน กล่าวต่อไปอีกว่า ขบวนการดังกล่าวถือเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ ด้วยการสร้างหลักฐานเท็จ เพราะเมื่อมีการสืบคำให้การของพยาน เห็นได้ชัดว่าพยายามที่จะโยงให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนั้นผู้ที่ยื่นคำร้องต่อกกต.ก็เคยเป็นบุคคลที่ถูกบริษัทของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคให้ออกจากงานเนื่องจากทำเอกสารเท็จ
พร้อมทั้ง ชี้ให้เห็นว่าการทำป้ายที่มีการกล่าวหาว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อน ถือว่าเป็นลักษณะปกติของการจัดทำป้ายอยู่แล้ว ที่จะเว้นไว้ตรงเบอร์ผู้สมัคร เพราะกระบวนการผลิตจะทำได้วันละ 300-500 ป้ายเท่านั้น ทุกพรรคก็จะใช้วิธีการอย่างนี้เหมือนกัน เตรียมพร้อมเอาไว้ เพราะเป็นระบบซิลค์สกรีน ไม่ใช่อิงค์เจ็ทปัจจุบัน จึงต้องเตรียมการล่วงหน้าอีกทั้งการทำป้ายก็จะไม่มีพรรคการเมืองใดเลยที่จะต้องทำสัญญาว่ารับจ้าง







