
แกะรอยมือยิงถล่มเมือง สาวลึกท่อน้ำเลี้ยง
ในที่สุดก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ในกลุ่มคนเสื้อแดงมีมือดีที่ลอบยิง M79 แฝงอยู่จริง หลังการจับกุม ไอ้ป้อม หรือ วัลลภ พิธีพรม อดีตทหารเกณฑ์วัย 26 ปี โดยฝีมือของทีมงานนักสืบรุ่นเก๋าอย่าง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10)
ในที่สุดก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ในกลุ่มคนเสื้อแดงมีมือดีที่ลอบยิง M79 แฝงอยู่จริง หลังการจับกุม ไอ้ป้อม หรือ วัลลภ พิธีพรม อดีตทหารเกณฑ์วัย 26 ปี โดยฝีมือของทีมงานนักสืบรุ่นเก๋าอย่าง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10)
โดย...วัสยศ งามขำ
ในที่สุดก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ในกลุ่มคนเสื้อแดงมีมือดีที่ลอบยิง M79 แฝงอยู่จริง หลังการจับกุม ไอ้ป้อม หรือ วัลลภ พิธีพรม อดีตทหารเกณฑ์วัย 26 ปี โดยฝีมือของทีมงานนักสืบรุ่นเก๋าอย่าง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10)
ถ้าย้อนไปดูเส้นทางการสืบสวนจนกว่าจะตามลากตัวคนร้ายรายนี้ไว้ได้ ล้วนเต็มไปด้วยความซับซ้อน ยิ่งการขยายผลไปสู่ “ท่อน้ำเลี้ยง” เส้นทางในการส่งกำลังบำรุงไปยังตัวผู้ปฏิบัตินอกกฎหมายด้วยแล้ว นักสืบชุดนี้ยอมรับว่าเหนื่อยและยากยิ่งกว่าเจาะหินแกรนิต
แม้ว่าชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวินจะไม่ค่อยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับคดีนี้มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ออกจากปัญหาการเมือง แต่เมื่อดูจากการสืบสวนแล้วก็มีความน่าสนใจไม่น้อย และมีหลักฐานชัดเจนอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอ้ป้อมเป็นผู้ลงมือจริงตามคำที่มันรับสารภาพ รวมทั้งยังเต็มไปด้วยแรงผลักดันของท่อน้ำเลี้ยง
อาจจะบอกได้ว่าหลังเกิดเหตุการณ์ยิง M79 ใส่อาคารที่ทำการ บริษัท เชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของ คะแนน สุภาพ่อตาของ เนวิน ชิดชอบ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. การยิงครั้งนี้ได้กลายเป็นกุญแจดอกแรกที่ทำให้ได้เบาะแสสาวไปถึงขบวนการติดอาวุธเสื้อแดง เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ทีมสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ก็เริ่มเดินเครื่องแกะรอยทันที
พ.ต.อ.ภาณุเดช เริ่มสืบสวนจากการสกรีนผู้ต้องสงสัยโดยดูจากบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเชียงใหม่ 51 และเชื่อมโยงไปยังกลุ่มการ์ด นปช. ที่เข้าไปร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ในกรุงเทพฯ มีการประสานงานกับทีมงานสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ มี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็นหัวหน้าชุด
การวิเคราะห์ข้อมูลต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ในที่สุดราวกลางเดือน พ.ย. ชุดสืบสวนก็ได้แบะแสว่า ก่อนหน้านี้เคยมีคดียิง M79 ถล่มร้านค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งมาแล้วใน จ.อุตรดิตถ์ คดีนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับไอ้ป้อม หรือวัลลภ พื้นเพคนเมืองลับแลนั่นเอง
เมื่อรู้เช่นนั้นทีมสืบสวนของ พ.ต.อ.ภาณุเดช ไม่รอช้า จึงนำชื่อของไอ้ป้อมไปเช็กกับเครือข่ายเสื้อแดงเชียงใหม่ 51 ก็พบว่ามีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เกี่ยวข้องชัดเจน ในขณะที่ชุดสืบสวนในกรุงเทพฯ โดยฝีมือของคู่หูนักสืบหนุ่มที่มาช่วยงานในทีม พล.ต.อ.อัศวิน อย่าง พ.ต.ท.สันติชัยนิรามัย รองผู้กำกับการจราจร สน.ทองหล่อ และ พ.ต.ท.พลฑิต ไชยรส รองผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม ก็ตรวจสอบกับเครือข่ายการ์ดเสื้อแดงในกรุงเทพฯ แล้วก็พบว่าไอ้ป้อมมีชื่อเป็นการ์ดและเข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
หลักฐานแค่นี้ยังไม่ชัดเจนนัก พล.ต.อ.อัศวิน ย้ำว่าการจะดำเนินคดีกับคดีที่ประชาชนให้ความสนใจต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน การสืบสวนแกะรอยทางด้านเทคนิคจึงดำเนินควบคู่กันไปด้วย
และแล้วผลการตรวจสอบก็พบว่า ไอ้ป้อมมีการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มคนบางกลุ่มซึ่งอยู่ในเครือข่ายและปรากฏตัวอยู่ในจุดเกิดเหตุหลายแห่งหลายครั้งติดต่อกัน ที่สำคัญบัญชีธนาคารของเมียยังเต็มไปด้วยยอดการโอนเงินที่ส่อพิรุธอย่างต้องสงสัย การโอนเงินแต่ละครั้งนั้นจะมีขึ้นก่อนหรือไม่ก็หลังจากเกิดเหตุยิงที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และเชียงใหม่
เมื่อหลักฐานชัดเจน พ.ต.อ.ภาณุเดช จึงรวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาลเชียงใหม่เพื่อออกหมายจับไอ้ป้อม และเนื่องจากมีความชัดเจนของหลักฐาน ศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงได้ตวัดปากกาเซ็นหมายจับไอ้ป้อมทันที ตามเลขที่จ.578/2553 ลงวันที่ 15 พ.ย. 2553 ในข้อหากระทำให้ระเบิด ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทำให้เสียทรัพย์ มีอาวุธไว้ในความครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในที่ชุมชน
ตำรวจสามารถลากคอไอ้ป้อมได้ในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากศาลเชียงใหม่อนุมัติหมายจับและถูกรวบตัวได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.สายไหม ก่อนที่จะรับสารภาพอย่างพรั่งพรูว่าก่อเหตุมาทั้งสิ้น 12 คดี แบ่งเป็นในเชียงใหม่ 4 คดี ที่เหลือนั้นกระดิกนิ้วลั่นไกในกรุงเทพฯ
ชุดสืบสวนได้นำตัวไอ้ป้อมไปค้นที่ห้องพักในเคหะเอื้ออาทร ร่มเกล้า เขตลาดกระบังก่อนที่จะรวบตัวผู้ร่วมขบวนการได้อีก 4 คน ทั้งหมดยอมรับว่าเป็นคนเฝ้าคลังแสงย่อยๆ ที่อัดอยู่ในห้องพักดังกล่าว แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
ตำรวจจึงยึดของกลางเป็นระเบิด อาวุธปืน และอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่าขบวนการของไอ้ป้อมเกี่ยวโยงกันอย่างชัดเจนกับเหตุการณ์ระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ในเขต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และยังเกี่ยวพันกับการจับกุมคนเสื้อแดง 11 คน ใน จ.เชียงใหม่ ที่ไปฝึกอาวุธที่แถบชายแดนไทยเขมรก่อนหน้านี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ภาระอันหนักอึ้งของทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.อัศวิน ยังรออยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็นการตามจับผู้ร่วมขบวนการที่ชุดสืบสวนเชื่ออย่างสนิทใจว่ามีมากกว่าไอ้ป้อมอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่เปิดปาก และสำคัญที่สุดคือการแกะรอยหลักฐานเพื่อสาวถึง “ท่อน้ำเลี้ยง” ว่าใครคือผู้บงการตัวจริงที่ยัดเงินให้กับไอ้ป้อมไปก่อเหตุยิงทหารและชาวบ้านอย่างไม่กลัวเกรงกฎหมาย
พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนนครบาล หนึ่งในทีมวิเคราะห์ข้อมูลยอมรับว่า การทำงานต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องที่ยาก เพราะกลายมาเป็นเรื่องการเมืองกับความมั่นคงไปแล้ว การที่จะคลี่คลายคดีจะทำแบบส่งเดชไม่ได้ การได้มาของหลักฐานหลังจากนี้อาจจะไม่ง่ายนัก เพราะบางสิ่งอาจจะถูกปกปิด เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องทุกคนก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นแล้ว
พ.ต.อ.ฉัตรไชย บอกว่า ตามหลักฐานการเงินที่ได้มานั้นชัดเจนมาก พบว่ามีการโอนเงินครั้งละราว 25 หมื่นบาทไม่เกินนี้มายังบัญชีของภรรยาผู้ต้องหา และการโอนเงินแต่ละครั้งก็สอดคล้องกับเหตุที่เกิดขึ้น ขั้นตอนต่อไปก็ต้องแกะรอยว่าต้นทางของเงินนั้นมาจากไหนบ้าง คงต้องใช้เวลาในการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ส่วนสำนวนการสอบสวนคดีนี้จะต้องให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินคดี เนื่องจากคดีเหล่านี้ได้โอนสำนวนไปเป็นคดีพิเศษหมดแล้ว
“ชุดทำงานที่เข้าไปคลี่คลายคดีนี้ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง แต่มันเป็นคดีอาชญากรรม มีการใช้อาวุธสงครามในเมือง จะเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือความมั่นคงก็เป็นอีกเรื่อง แต่เมื่อมันเป็นอาชญากรรมแล้ว ตำรวจก็ต้องเข้าไปทำคดี และทำอย่างรอบคอบและยุติธรรมที่สุด” พ.ต.อ.ฉัตรไชย กล่าว
ต้องติดตามคดีนี้จะขยายผลไปสู่ต้นทางน้ำเลี้ยงได้หรือไม่ จะสามารถกระชากหน้ากากลากคอผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุป่วนเมืองได้หรือไม่ ล้วนเป็นงานที่ท้าทายตำรวจยิ่งนัก!!!







