
เวิร์สต์เคส ยุบปชป. ชนวนล้างไพ่การเมือง???
กรณีเลวร้ายที่สุด สำหรับการวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ ย่อมมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทิศทางการเมืองหลังจากนี้ ส่วนจะซ้ำเติมสถานการณ์ปัจจุบันให้ย่ำแย่ หรือดีขึ้น หรือจะล้างไพ่การเมืองใหม่อีกรอบคงต้องจับตา
กรณีเลวร้ายที่สุด สำหรับการวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ ย่อมมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทิศทางการเมืองหลังจากนี้ ส่วนจะซ้ำเติมสถานการณ์ปัจจุบันให้ย่ำแย่ หรือดีขึ้น หรือจะล้างไพ่การเมืองใหม่อีกรอบคงต้องจับตา
โดย...ทีมข่าวการเมือง
นับถอยหลังสู่การตัดสินพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจาก กิตินันท์ ธัชประมุข อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5 และชวน หลีกภัย หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แถลงปิดคดีด้วยวาจา ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีคำตัดสินในคดีได้ภายในวันเดียวกันนี้
ดังจะเห็นจาก “อาการ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค และรัฐมนตรีในส่วนของพรรคพร้อมใจเคลียร์คิวไปให้กำลังใจพร้อมร่วมลุ้น “อนาคต” พรรคการเมืองอายุเก่าแก่กว่า 64 ปี ที่มาถึงทางแยกครั้งสำคัญอีกครั้ง
คดีนี้นอกจากพยาน หลักฐาน และข้อเท็จจริงแล้ว อีกด้านหนึ่งยังถูก “แรงกดดัน”ผ่านกระบวนการเคลื่อนไหวโหมกระแส“สองมาตรฐาน” คู่ขนานไปกับการดิสเครดิต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผ่าน “คลิป” หลายชุด
นำมาสู่ปัญหาใหม่เมื่อองค์คณะพิจารณาคดีเหลือเพียง 6 ท่าน แม้จะครบองค์คณะในการพิจารณาคดี แต่จะกลายเป็นปัญหาทันทีหากการลงมติออกมา 3 ต่อ 3 เสียง ซึ่งไม่มีกฎ ระเบียบ เขียนไว้ชัดเจนในการชี้ขาดอย่างกฎหมายอื่นที่สามารถใช้เสียงประธานชี้ขาด หรือให้เป็นข้อได้เปรียบของฝ่ายผู้ถูกร้อง
งานนี้จึงต้องติดตามว่าสุดท้ายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท เข้าข่ายผิดวัตถุประสงค์ ผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ตาม 5 กรอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
1.กระบวนการยื่นคำร้องให้ยุบพรรคของผู้ถูกร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
2.การกระทำของผู้ถูกร้องตามคำร้องอยู่ใต้บังคับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2541 และ 2550 หรือไม่
3.ผู้ถูกร้องใช้จ่ายเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง ในปี 2548 เป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติหรือไม่
4.ผู้ถูกร้องจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองในปี 2548 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่
5.กรณีมีเหตุให้ยุบพรรค หัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิหรือถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2541 หรือประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับ 27 เรื่องการแก้ไขประกาศ คปค. ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 21 ก.ย. 2549ลงวันที่ 30 ก.ย. 2549 หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 หรือไม่อย่างไร
ทิศทางการตัดสินจึงเป็นไปได้ 3 แนวทางหลัก ทิศทางแรก พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบไม่มีกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะกระบวนการยื่นร้องของผู้ร้องไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ประชาธิปัตย์หยิบยกขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้ หรือจะเป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ประชาธิปัตย์ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการเมืองไม่ผิดกฎหมายก็ตาม
ทิศทางคำวินิจฉัยนี้ดูจะเป็นประโยชน์กับประชาธิปัตย์มากที่สุด เพราะไม่ต้องไปแก้ไขปัญหาอะไร ทุกอย่างสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ไม่กระทบกับการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ รัฐสภา และรัฐบาล
รอเพียงแค่การดำเนินคดีในส่วนของเงินบริจาคจากทีพีไอ 258 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มต้นกระบวนการยุบพรรคใหม่อีกครั้ง
ทิศทางที่สอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ แต่กรรมการบริหารบางคนถูกตัดสิทธิ เนื่องจากถือว่าเป็นความผิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ซึ่งต้องไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสิทธิกรรมการบริหารกี่คน ใครบ้าง ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เข้าไปเกี่ยวข้องรับผิดชอบกับการใช้เงินกองทุนฯ ในส่วนที่เป็นปัญหา
กรณีนี้แม้ประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบ แต่การดำเนินการทางการเมืองย่อมได้รับผลกระทบไปไม่น้อย โดยเฉพาะกรณีแกนนำพรรคคนสำคัญถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นอกจากจะทำให้เสียงในสภาหายไปบางส่วนแล้ว ยังส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของพรรคอีกด้วย
ทิศทางสุดท้าย ถือเป็นกรณีเลวร้ายสุดของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ยุบพรรคประชาธิปัตย์และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด 49 คนด้วย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการบริหารชุดปี 2546 ที่ บัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค หรือปี 2548 ที่ อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค
แน่นอนว่าในกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมส่งผลเป็นลูกโซ่ เชื่อมโยงไปทั้งระบบการเมือง เริ่มตั้งแต่ “อภิสิทธิ์” พ้นสภาพการเป็นนายกฯ ที่ต้องหารองนายกฯ ขึ้นมารักษาการไม่ว่าจะเป็น สุเทพ เทือกสุบรรณ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ระหว่างที่รอกระบวนการทางสภาสรรหานายกฯ คนใหม่ และให้สมาชิกพรรคคนอื่นๆ ที่ไม่ถูกตัดสิทธิไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน
ทว่า “สุเทพ” ที่มีชื่อว่าจะเข้ามารับหน้าเสื่อนั่งเก้าอี้นายกฯ นั้น กลับมีรายชื่อเป็นกรรมการบริหารในชุดที่ “อภิสิทธิ์” เป็นหัวหน้าพรรค หากชุดนี้โดนตัดสิทธิทั้งหมดก็ปิดทาง “สุเทพ” ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ ขัดตาทัพ ยกเว้นจะเป็นกรณีที่ตัดสิทธิกรรมการบริหารชุด 2546 ที่ “บัญญัติ” เป็นหัวหน้าพรรคก็จะทำให้ “สุเทพ” ไม่โดนตัดสิทธิ
อย่างไรก็ตาม ประชาธิปัตย์ยังมี “แคนดิเดต” คนสำคัญอย่าง “ชวน หลีกภัย” และ “กรณ์จาติกวณิช” ที่มีชื่อปรากฏก่อนหน้าหนี้ สำหรับอีกทางเลือก “นายกฯ”
แต่งานนี้ไม่ง่ายสำหรับประชาธิปัตย์ที่กำลังสะเปะสะปะต่อการรวมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลมาโหวตหนุนคนของประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นนายกฯ อีกรอบ แต่เมื่อกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่ยังค้างคาหลังผ่านวาระแรก ย่อมทำให้พรรคร่วมจำใจต้องกอดคอกันเป็นรัฐบาลต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าจะหนุนใครขึ้นเป็นนายกฯ และจัดสรรเกลี่ยโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่อย่างไร
แม้แต่ “เสธ.หนั่น” ที่กำลังเปรี้ยงปร้างด้วยผลงานการปูทางถนนสายปรองดองขณะนี้ และด้วยจุดเด่นที่เข้าได้กับทุกฝ่าย แม้แต่ “เสื้อแดง” ดังนั้นในภาวะที่สังคมกำลังจะเดินหน้าลดความแตกแยก เสธ.หนั่น ย่อมมีโอกาสเป็น “ตาอยู่” ขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกฯ ในวันที่พรรคร่วมรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ไม่ได้แนบแน่นเหมือนก่อน
ยิ่งเงื่อนไขสำคัญสำหรับเก้าอี้นายกฯ คือต้องเป็น สส.เท่านั้น ทำให้ “พรรคเพื่อไทย” ย่อมมีโอกาสเสนอชื่อเข้าชิงเก้าอี้ตัวนี้ แม้จะเป็นเรื่องยากสำหรับเสียงเพื่อไทยที่นับรวมเมื่อขับงูเห่าออกไปแล้ว 8 จะเหลือเพียง 181 เสียง ยากต่อการได้เสียงข้างมากในสภา
แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เพราะ “ประชาธิปัตย์” หากถูกยุบย่อมทำให้ สส.สัดส่วนที่เป็นอดีตกรรมการบริหาร ต้องถูกตัดสิทธิและไม่สามารถขยับลำดับถัดไปขึ้นมาได้ ทำให้เสียงของประชาธิปัตย์ในส่วนนี้ต้องหายไปอีกเกือบ 10 เสียง นอกเหนือจากกรรมการบริหารที่เป็นสส. ซึ่งจะต้องเลือกเข้ามาใหม่ภายหลัง
กรณีเลวร้ายที่สุด (เวิร์สต์เคส) สำหรับการวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ ย่อมมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทิศทางการเมืองหลังจากนี้ ส่วนจะซ้ำเติมสถานการณ์ปัจจุบันให้ย่ำแย่ หรือดีขึ้น หรือจะล้างไพ่การเมืองใหม่อีกรอบคงต้องจับตาติดตามผลการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะออกมาอย่างไร







