
ท้องไม่พร้อม วาระสุขภาพแห่งชาติ
...กันติพิชญ์ ใจบุญ
นับตั้งแต่การพบซากศพทารกจำนวน 2,002 ศพ ภายในโกดังเก็บศพวัดไผ่เงินโชตนาราม สะท้อนให้เห็นปัญหาท้องไม่พร้อม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนซึ่งอ่อนด้อยวุฒิภาวะ และหาทางออกด้วยการทำแท้ง
คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจสช.) ได้กำหนดเรื่อง
“การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม” เป็น 1 ใน 8 ระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1517 ธ.ค.นี้ จึงสะท้อนภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า ปัญหานี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติเสียแล้วจากสถิติการสำรวจแนวโน้มการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของกระทรวงมหาดไทย พบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของไทยนับเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น ข้อมูลการตั้งครรภ์และคลอดบุตรในวัยรุ่นห้วงปี 25472552 พบว่าอัตราการคลอดของมารดาอายุน้อยกว่า 20 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 13.28% ในปี 2547 เป็น 16% ในปี 2552 ซึ่งหากรวมการทำแท้งและเด็กเสียชีวิตขณะคลอดก็จะมีจำนวนสูงมากกว่านี้
แต่แนวทางการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น ก็พบว่ามีปัญหาอีกร้อยแปดที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์อย่างไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้วิธีคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ป้องกันเลย รวมถึงการถูกละเมิดทางเพศจากคนใกล้ชิด และจากอิทธิพลของสื่อต่างๆ ที่ยั่วยุทางอารมณ์ นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นยังไม่กล้าไปขอรับบริการคุมกำเนิด หรือแม้แต่ขอคำปรึกษาเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวัยรุ่น จึงกลับกลายเป็นว่าวัยรุ่นที่มีปัญหาต้องแสวงหาทางออกด้วยความรู้ที่ไม่ถูกต้อง
จากการสำรวจพบว่า อายุเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่นมีเแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยอยู่ในระดับอายุ 1516 ปี ที่สำคัญครั้งแรกของวัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัยไม่ถึง 50% ส่งผลให้อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นอายุ 1524 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น จาก 42.6 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2548 กลายเป็น 78.6 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2552 แน่นอนจำนวนนี้มีโรคเอดส์เป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมให้ด้วย
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เปิดเผยว่า ในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเคยผลักดันเรื่องปัญหาการท้องไม่พร้อมของวัยรุ่น เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องระดมสมองช่วยกันแก้ไขปัญหามาแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีพอ ในปีนี้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเล็งเห็นแล้วว่าปัญหามันมีความรุนแรง ต้องระดมทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ดังนั้นจึงมีมติให้นำเรื่อง
“วัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม” ให้กลุ่มเครือข่ายต่างๆ พิจารณาหาหนทางแก้ปัญหาในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 2553 ระหว่างวันที่ 1517 ธ.ค.นี้“
ข้อเสนอที่สำคัญที่จะมีการพิจารณาในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเพื่อแก้ปัญหานี้ เช่น เปลี่ยนแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ และป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นไปสู่แผนการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และต้องกำหนดมาตรการเร่งด่วนภายในปี 2554 เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที” นพ.อำพล แนะแนวทางแต่ทั้งนี้ ในเรื่องของการศึกษาก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เลขาธิการ สช. เห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งจัดระบบรองรับการแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาตั้งครรภ์ในระหว่างศึกษา โดยนอกจากพัฒนาทัศนคติของความสามารถของครูในเรื่องการสอนเพศศึกษาแล้ว ต้องจัดหลักสูตรทางเลือกสำหรับเยาวชนที่ตั้งครรภ์ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถเข้าศึกษาต่อจนจบหลักสูตรในรูปแบบที่หลากหลาย มีคุณภาพ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ด้วย







