
ปชป.เล็งแจงพฤติกรรมข่มขู่ศาล
ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เรียกทีมกฎหมายหารือนัดสุดท้ายก่อนแถลงปิดคดียุบพรรค พร้อมเตรียมแฉพฤติกรรมข่มขู่คุกคามตุลาการเพื่อนำไปสู่การยุบปชป.
ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เรียกทีมกฎหมายหารือนัดสุดท้ายก่อนแถลงปิดคดียุบพรรค พร้อมเตรียมแฉพฤติกรรมข่มขู่คุกคามตุลาการเพื่อนำไปสู่การยุบปชป.
เมื่อเวลา10.00 น.ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท อาจจะผิดวัตถุประสงค์ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาในวันที่29 พ.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในเวลา 09.00 น.ด้วย
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทีมกฎหมายของพรรคยอมรับว่า กระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จ ทำให้ตุลาการศาลต้องถอนตัวจากคดีออกไป 3คน จากการเป็นองค์คณะผู้พิพากษาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินสนับสนุนของกกต. จำนวน 29ล้านบาท ซึ่งผลการถอนตัวมาจากคนของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มาจากการเมือง และกระแสกดดันจากคนของพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาเหลือ 6 คน ในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคก็ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และอยากให้สมาชิกของพรรค 2.8 ล้านคน เคารพการตัดสินของศาลด้วย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรค ขอยืนยันว่าพรรคไม่เคยคุยเรื่องตัวสำรองในการที่จะเป็นนายกฯแต่อย่างใดด้วย
นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทีมทนายความต่อสู้คดียุบพรรค เปิดเผยว่า นายชวนในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน จะเป็นผู้อ่านคำแถลงปิดคดี โดยใช้เวลา 30 นาที ซึ่งเนื้อหาคำแถลงปิดคดีมีทั้งสิ้น 172 หน้า จะเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริง สาระสำคัญของคดีโดยสรุป รวมถึงจะมีการชี้ให้เห็นพฤติกรรมในการข่มขู่คุกคามตุลาการ เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่การเคลื่อนไหวกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง จนมาถึงตุลาการ และเชื่อว่าพรุ่งนี้จะมีการอ่านคำพิพากษา หลังแถลงปิดคดีเรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาจากคดียุบพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมา
ขณะที่ นายสุทัศน์ เงินหมื่น หนึ่งในทีมกฎหมาย มั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ เพราะทางพรรคต่อสู้คดีเต็มที่ ทั้งในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งไม่ต้องการให้มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง 2 มาตรฐาน เนื่องจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นแตกต่างจากคดียุบพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมา พร้อมเชื่อว่าตุลาการจะไม่หวั่นไหวกับการถูกกดดันในขณะนี้







