
นายกฯลั่นล้างคอรัปชั่น
“มาร์ค” ประกาศขจัดคอร์รัปชั่น หลังรับปัญหาทุจริตรุนแรงขึ้น เตรียมทำราคากลางมาตรฐานจัดซื้อจัดจ้าง ลดปัญหา ยาหอมดันอีสานเชื่อมจีน
“มาร์ค” ประกาศขจัดคอร์รัปชั่น หลังรับปัญหาทุจริตรุนแรงขึ้น เตรียมทำราคากลางมาตรฐานจัดซื้อจัดจ้าง ลดปัญหา ยาหอมดันอีสานเชื่อมจีน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ “บทบาทภาคเอกชนในการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมไทย” ในการปิดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28 จ.ขอนแก่นว่า จะรับข้อเสนอจากสมุดปกขาวที่ทางหอการค้าได้จากการประชุมสัมมนาปฏิบัติการ 3 ประเด็น นำไปเป็นแนวทางร่วมใช้แก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการมุ่งขจัดคอร์รัปชั่น เพื่อมุ่งพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยอมรับว่าเป็นปัญหาเรื้อรังและมีระดับรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งนักการเมืองและข้าราชการตกเป็นจำเลยที่ 1 กับ 2 มาตลอด แต่หากเอกชนไม่ร่วม ตบมือข้างเดียงคงไม่ดัง ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องร่วมกับเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น
ทั้งนี้ แนวทางผลักดันที่รัฐบาลจะดำเนินการคือการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์จัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของงาน แต่อยู่ที่ลักษณะของการจัดซื้อมากกว่า แต่ต้องขอร่วมมือจากภาคเอกชนคือการร่วมประมูลจัดซื้อจ้าง ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้ทราบดีว่าราคากลางที่เป็นมาตรฐานของงานอยู่ที่เท่าไหร่ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณไปจัดทำราคากลางมาตรฐานขึ้นมา เพื่อลดปัญหาทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะหากทุกฝ่ายมีราคากลางเป็นพื้นฐาน การทุจริตก็จะไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมา และเชื่อว่าภายใน 1-2 ปีจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
สำหรับข้อเสนอการลดความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญตลอดผ่านโครงการประกันรายได้เกษตรกร กองทุนการออมแห่งชาติ แต่สิ่งที่อยากให้หอการค้าเข้าไปมีบทบาทคือการผลักดันทำบัญชีครัวเรือนของเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ส่วนรัฐบาลจะมีการจัดทำโครงการหมอหนี้เข้าไปให้คำปรึกษากับเกษตรกรต่อไป ขณะเดียวกันจะเน้นการนำแผนพัฒนาฯ ฉบับ 11 ไปสู่ภาคปฏิบัติโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอนแก่น และภาคอีสาน ซึ่งมีจำนวนประชากรมากอันดับต้นของประเทศ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และการเตรียมความพร้อมต่อการเปิดเสรีอาเซียน โดยช่วงต้นปีหน้าจะมีการทำโครงการรถไฟความเร็วสูงจากจีนสู่อีสานไปถึงกรุงเทพฯ ผ่านหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพฯ และเชื่อมโยงไปยังภาคใต้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ขณะเดียวกันจะพัฒนาระบบชลประทาน จัดทำยุทธศาสตร์ทุกลุ่มแม่น้ำสำหรับแก้ปัญหาภัยแล้งและ น้ำท่วมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศูนย์กลางวิชาการของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
“ผมยินดีอย่างมากที่ได้เข้าร่วมงานสัมมนาหอการค้าฯ เพราะถือเป็นเวทีสำคัญที่มีส่วนรวมกันในการแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจของชาติ ถ้าปีหน้าผมรอดจากคดียุบพรรค และได้ชนะกับมาเลือกตั้งจะรับข้อเสนอมาการสัมมนาหอการค้าที่ จ.ระยอง อีกครั้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว







